
GRAND เดิมพัน 3 พันล้าน ยืดหนี้หุ้นกู้ 10 รุ่น 5 ส.ค.นี้ ดีลซื้อคืน "รอยัล ออคิด" ยังค้าง
เปิดโผยหุ้นกู้ GRAND 10 รุ่น มูลค่ากว่า 3,000 ล้าน โหวตยืดหนี้ 5 ส.ค.นี้ เดิมพันสูงหลังบริษัทผิดนัดดอกเบี้ย ก.ล.ต. จี้ผู้ถือใช้สิทธิ ขณะที่ดีลซื้อคืน "รอยัล ออคิด" ยังค้าง
KEY
POINTS
- GRAND เตรียมจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ในวันที่ 5 ส.ค. เพื่อขอขยายเวลาชำระหนี้หุ้นกู้ 10 รุ่น ที่มีมูลค่าคงค้างรวมกว่า 3,000 ล้านบาท
- บริษัทประสบปัญหาสภาพคล่องรุนแรงจนผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้รุ่น GRAND254A ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการขอผ่อนผันหนี้ในครั้งนี้
- ปัญหาสภาพคล่องของบริษัทยังเชื่อมโยงกับภาระผูกพันในการซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ที่ยังคงค้างและไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนด
กรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศแจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ของ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND จำนวน 10 รุ่น ให้ศึกษาข้อมูลและใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2569 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-meeting)
จากการตรวจสอบของ “ฐานเศรษฐกิจ” พบว่าหุ้นกู้ทั้ง 10 รุ่นที่เข้าสู่การพิจารณามีมูลค่าคงค้างรวมกันประมาณ 3,038 ล้านบาท และมีวาระที่กระทบต่อสิทธิของผู้ถือหุ้นกู้โดยตรง ทั้งการขอผ่อนผันการผิดนัด การยกเลิกการเรียกชำระหนี้โดยพลัน และการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระคืนหนี้
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านสภาพคล่องที่รุนแรง หลัง GRAND แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้รุ่น GRAND254A ที่ครบกำหนดชำระงวดที่ 17 ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 คิดเป็นดอกเบี้ยที่ผิดนัดจำนวน 14,733,991.13 บาท (คำนวณก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย)
โดยหุ้นกู้รุ่นดังกล่าวเป็นหุ้นกู้มีประกัน ครั้งที่ 1/2566 ที่เลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนมาแล้วเป็นครั้งที่ 2 มีมูลค่าคงค้าง 793,260,000 บาท จำนวน 881,400 หน่วย และมีผู้ถือหุ้นกู้รวม 727 ราย
การผิดนัดครั้งนี้ถือเป็นเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้ ข้อ 11.1 (ก) ส่งผลให้บริษัทต้องชำระดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่ร้อยละ 9.45 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ผิดนัดเป็นต้นไป โดยบริษัทได้ขอผ่อนผันเลื่อนชำระดอกเบี้ยออกไปภายใน 15 วันนับจากวันครบกำหนดเดิม พร้อมระบุว่าจะเร่งเจรจาขายทรัพย์สินและจัดหาแหล่งเงินทุนมาชำระหนี้ที่ค้างอยู่
ทั้งนี้ บริษัทให้เหตุผลของการขาดสภาพคล่องว่ามาจากภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังซบเซาต่อเนื่อง ประกอบกับแผนการขายทรัพย์สินและการจัดหาวงเงินสินเชื่อมีความล่าช้ากว่าที่กำหนด ทำให้กระแสเงินสดไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ในงวดปัจจุบัน
ข้อมูลจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2569 ระบุว่า GRAND มีหุ้นกู้ระยะยาวคงค้างรวม 13 รุ่น มูลค่าที่เสนอขายรวม 3,859.20 ล้านบาท และคงค้างรวม 3,629.04 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นการเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่ (II/HNW) มีบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ทุกรุ่น และมีเงื่อนไขไถ่ถอนก่อนกำหนด (Call option) ทุกรุ่น
เปิดโผหุ้นกู้ GRAND
หากพิจารณาเป็นรายรุ่น รุ่นที่มีมูลค่าคงค้างสูงสุดคือ GRAND254A ที่ 793.26 ล้านบาท รองลงมาคือ GRAND264A 635.27 ล้านบาท และ GRAND257A 616.08 ล้านบาท ตามด้วย GRAND25DA ซึ่งคงค้างเต็มจำนวน 359.90 ล้านบาท และ GRAND256A ที่ 300.00 ล้านบาท
กลุ่มขนาดกลางถึงเล็กประกอบด้วย GRAND25OA คงค้าง 176.58 ล้านบาท, GRAND259A 162.72 ล้านบาท, GRAND25OB 155.80 ล้านบาท (คงค้างเต็มจำนวน), GRAND271A 134.60 ล้านบาท (คงค้างเต็มจำนวน), GRAND263A 114.39 ล้านบาท, GRAND259B 85.90 ล้านบาท (คงค้างเต็มจำนวน), GRAND267A 48.10 ล้านบาท (คงค้างเต็มจำนวน) และรุ่นเล็กที่สุดคือ GRAND257B ซึ่งเป็นหุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน คงค้าง 46.46 ล้านบาท
ThaiBMA ขึ้นเครื่องหมาย DP (Default Payment) ซึ่งหมายถึงเกิดเหตุผิดนัดชำระหนี้ตามข้อกำหนดสิทธิ กับหุ้นกู้หลายรุ่น ได้แก่ GRAND254A, GRAND257A, GRAND257B, GRAND256A, GRAND25OA, GRAND264A, GRAND267A และ GRAND271A
ขณะที่บางรุ่น เช่น GRAND259A, GRAND259B, GRAND25OB และ GRAND263A ถูกขึ้นเครื่องหมาย RS (Restructure) หมายถึงที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้มีมติอนุมัติปรับโครงสร้างหนี้หรือแก้ไขวันครบกำหนดชำระแล้ว และหลายรุ่นมีเครื่องหมาย ICM (Investor Caution – Meeting) กำกับ บ่งชี้ว่ามีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้
หุ้นกู้ 10 รุ่นที่เกี่ยวข้องกับการประชุมครั้งที่ 1/2569 ประกอบด้วย GRAND254A, GRAND257A, GRAND257B, GRAND259A, GRAND259B, GRAND25OB, GRAND25DA, GRAND264A, GRAND267A และ GRAND271A รวมมูลค่าที่เสนอขายราว 3,212.60 ล้านบาท และคงค้างรวมประมาณ 3,038 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 83 ของมูลค่าคงค้างหุ้นกู้ทั้งหมดของบริษัท
ส่วนอีก 3 รุ่นที่ไม่อยู่ในวาระประชุมครั้งนี้ ได้แก่ GRAND256A และ GRAND25OA ซึ่งครบกำหนดไถ่ถอนไปแล้วในปี 2568 และ GRAND263A ที่ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว รวมมูลค่าคงค้างประมาณ 591 ล้านบาท
วาระสำคัญที่ผู้ถือหุ้นกู้ต้องพิจารณามีอยู่ 4 เรื่องหลัก ได้แก่
หนึ่ง การผ่อนผันการผิดนัดชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยไม่ให้ถือเป็นเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิ
สอง การผ่อนผันและยกเว้นการดำเนินการใด ๆ ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุผิดนัด
สาม การยกเลิกการเรียกให้หุ้นกู้ถึงกำหนดชำระโดยพลัน (Acceleration หรือ Call) ตามหนังสือของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เฉพาะบางรุ่น
สี่ การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการแบ่งชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย โดย ก.ล.ต. ได้กำหนดให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้จัดทำบทวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ และผลกระทบของแต่ละทางเลือกให้ชัดเจน พร้อมความเห็นประกอบ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นกู้มีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
ดีลซื้อคืน รอยัล ออคิด ยังไม่จบ
ปัญหาสภาพคล่องของ GRAND ยังเชื่อมโยงกับดีลใหญ่ที่ตลาดจับตา นั่นคือการที่บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 97% ของ บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) หรือ ROH เจ้าของเดิมโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ซึ่งมีภาระต้องซื้อทรัพย์สินโครงการคืนจากทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ GROREIT ในราคา 4,873 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อให้กองทรัสต์นำเงินไปชำระคืนเงินกู้ธนาคารและคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยก่อนเลิกกองทรัสต์ แต่ปรากฏว่าฝั่งผู้ซื้อยังไม่รับโอนกรรมสิทธิ์ตามกำหนดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ขณะที่การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีวาระพิจารณาการออกหุ้นกู้แปลงสภาพและการเพิ่มทุนจดทะเบียน ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ มีผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะเข้าร่วมเพียง 13 ราย คิดเป็นจำนวนหุ้น 6,014,439,474 หุ้น หรือร้อยละ 64.38 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด 9,341,120,023 หุ้น
แม้สัดส่วนหุ้นจะเกินหนึ่งในสาม แต่ข้อบังคับบริษัทข้อ 39 กำหนดให้ต้องมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 25 คน หรือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้ถือหุ้นทั้งหมด จึงถือว่าไม่ครบองค์ประชุม โดยคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณากำหนดวันประชุมใหม่โดยเร็ว รายงานดังกล่าวลงนามโดยนายวิทวัส วิภากุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม
ก.ล.ต. ย้ำให้ผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 10 รุ่นเตรียมเอกสารและใช้สิทธิออกเสียงในการประชุม เพื่อร่วมตัดสินใจในวาระที่กระทบต่อผลประโยชน์ของตนโดยตรง พร้อมสอบถามข้อมูลจากผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ให้ครบถ้วน ขณะที่ ThaiBMA ระบุว่าการขึ้นหรือปลดเครื่องหมายเป็นเพียงการแจ้งเหตุการณ์สำคัญ ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน และผู้ลงทุนควรติดตามข้อมูลจากผู้ออกตราสารและประกาศของ ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่อง
ที่มาข้อมูล: สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA), ประกาศแจ้งเตือนผู้ลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. และรายงานของ GRAND ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย







