
PTTEP งบไตรมาส 2 แกร่ง กำไรสุทธิแตะ 2.72 หมื่นล้าน รายได้โต 40%
PTTEP กำไรไตรมาส 2/69 พุ่ง 101% แตะ 2.72 หมื่นล้านบาท รายได้โต 40% ปริมาณขายทำนิวไฮ พร้อมปันผลระหว่างกาล 4.50 บาท ขึ้น XD 14 ส.ค.
KEY
POINTS
- ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 27,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- มีรายได้รวม 102,717 ล้านบาท เติบโตขึ้น 40% โดยมีปัจจัยหนุนจากปริมาณการขายและราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น
- คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก ในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้น
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 833 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 27,197 ล้าน บาท) เพิ่มขึ้น 101.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 13,515.26 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.21 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 6.85 บาท)
ซึ่งกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 104 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 408 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 13,515 ล้านบาท) หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.11 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 3.41 บาท)
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ทําได้ 3,151 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 102,717 ล้านบาท) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 897 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 2,254 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 74,613 ล้านบาท)
ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมภาษีเงินได้) มีจํานวนทั้งสิ้น 1,715 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 55,926 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 229 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีค่าใช้จ่ายรวม 1,486 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 49,162 ล้านบาท)
ส่วนฐานะการเงิน PTTEP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้ง สิ้น 30,985 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 1,030,881 ล้านบาท) ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จํานวน 2,498 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 83,112 ล้านบาท)
ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 13,917 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 463,025 ล้านบาท) โดยเป็นส่วนของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 4,353 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 144,837 ล้านบาท) และรายงานส่วนของผู้ถือหุ้นรวมที่ 17,068 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 567,856 ล้านบาท) ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับเพียง 0.26 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นไปตามนโยบายทางการ เงินที่รัดกุมของบริษัท
ครึ่งปีรายได้แตะ 1.7 แสนล้าน
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 176,756 ล้านบาท (เทียบเท่า 5,495 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 563,179 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากโครงการในอ่าวไทยและโครงการที่ ปตท.สผ. ได้เข้าร่วมลงทุนในปีก่อนหน้า ได้แก่ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 โครงการแอลจีเรีย ทูอัท และโครงการมาเลเซีย เอสเค408
ในขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์ในช่วง 6 เดือนแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 49.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้การดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีกำไรสุทธิ 39,032 ล้านบาท (เทียบเท่า 1,209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
คงเป้ายอดขายทั้งปีโต 10%
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2569 PTTEP คาดว่าปริมาณขายเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ประมาณ 10%
ปัจจัยสนับสนุนมาจากการรับรู้ปริมาณขายเต็มปีของโครงการที่เข้าซื้อระหว่างปี 2568 ได้แก่ โครงการมาเลเซีย เอสเค408 โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 และโครงการแอลจีเรีย ทูอัท รวมถึงการเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการในประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการพลังงานภายในประเทศ
บริษัทคาดว่าราคาขายก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยตลอดปีจะอยู่ที่ประมาณ 6 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ต้นทุนต่อหน่วยประมาณ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และรักษา EBITDA Margin ที่ประมาณ 70% ตลอดปี 2569
ไฟเขียวปันผลระหว่างกาล 4.50 บาท/หุ้น
อย่างไรก็ตาม จากความแข็งแกร่งทางธุรกิจและฐานะการเงินที่มั่นคง บริษัทเดินหน้าสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 สิงหาคม 2569
นำส่งรายได้ให้กับรัฐกว่า 2.7 หมื่นล้าน
นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้มีการนำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่นๆ จำนวนกว่า 27,700 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา
นอกจากนี้ รัฐยังได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 และจี 2/61 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ซึ่งเป็นรายได้ทางตรงจากการผลิตปิโตรเลียมที่รัฐสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย







