
ก.ล.ต. ส่งอัยการฟ้อง 12 ราย คดีปั่นหุ้น ECF ขอศาลลงโทษทางแพ่งสูงสุด
ก.ล.ต. ส่งอัยการฟ้อง 12 ผู้ถูกกล่าวหา คดีปั่นหุ้น ECF หลังปฏิเสธมาตรการลงโทษทางแพ่ง ขอศาลสั่งโทษสูงสุด พร้อมเรียกชำระกว่า 269.95 ล้านบาท และดอกเบี้ย
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการฟ้องผู้กระทำความผิด 12 ราย ในคดีสร้างราคาหุ้นของบริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค (ECF)
- การฟ้องร้องเกิดขึ้นหลังจากผู้กระทำผิดทั้ง 12 รายปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) กำหนด
- ก.ล.ต. ขอให้ศาลกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงค่าปรับกว่า 269 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย และการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอให้พนักงานอัยการฟ้องผู้กระทำความผิด 12 ราย กรณีสร้างราคาหรือปริมาณหุ้นของบริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด
สั่งปรับ 265 ล้านบาท
ตามที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ได้มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดรวม 17 ราย* ในกรณีสร้างราคาหรือปริมาณหุ้น ECF โดยกำหนดให้ชำระเงินรวม 264,695,855 บาท (ค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ
และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด) และกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 11 เดือน – 45 เดือน แล้วแต่กรณี และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 22 เดือน – 90 เดือน แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิด 5 ราย ได้ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ส่วนผู้กระทำความผิดอีก 12 ราย ได้แก่
- นางสาวธัญญรัตน์ สุขสวัสดิ์
- นายกิตติพัชญ์ สุขสวัสดิ์
- นายวัลลภ สุขสวัสดิ์
- นายคนึงนิจ จินดา
- นางวาสนา วิริยาทรพันธุ์
- นางสาวทัศนีย์ วงษ์จิราษฎร์
- นางสาวสุนีย์ แซ่โล้
- นายฐิติกรณ์ ฟูเกษม
- นายประสพสุข สวัสดี
- นายฐนริศร์ พรพัฒนะแจ่มใส
- นางสาวอัจฉราภรณ์ ราชนาจันทร์
- นายศุภฤกษ์ แคว้นน้อย
ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ซึ่งพิจารณาได้ว่าผู้กระทำความผิดทั้ง 12 ราย ไม่ยินยอมที่จะระงับคดีในชั้น ก.ล.ต.
ดังนั้น ก.ล.ต. จึงมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดทั้ง 12 ราย ต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ โดยให้ชำระเงิน รวมทั้งสิ้น 269,950,759.08 บาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามผู้กระทำความผิดดังกล่าวซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
อนึ่ง ก.ล.ต. ได้นำส่งการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
หมายเหตุ : * ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 238/2568 “ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 17 ราย กรณีสร้างราคาหรือปริมาณหุ้น ECF” เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568







