
กูรูชี้หุ้นไทยยังผันผวน แนะสะสม 4 หุ้นโรงไฟฟ้า รับอานิสงส์แผน PDP ใหม่
โบรกประเมินหุ้นไทยยังผันผวนจากแรงขายหุ้นชิปสหรัฐและความตึงเครียดตะวันออกกลาง แม้เศรษฐกิจสหรัฐและปัจจัยในประเทศยังช่วยประคองตลาด มองดัชนีแกว่งกรอบ 1,610-1,650 จุด พร้อมแนะสะสมหุ้นโรงไฟฟ้า GULF, BGRIM, GPSC และ GUNKUL รับอานิสงส์แผน PDP ใหม่ของภาครัฐ
KEY
POINTS
- ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยกดดันภายนอกประเทศ
- แนะกลยุทธ์ลงทุนโดยเน้นสะสมหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า 4 ตัว ได้แก่ GULF, BGRIM, GPSC และ GUNKUL
- หุ้นกลุ่มดังกล่าวคาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ และนโยบายพลังงานของภาครัฐที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดมุมมองต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยสัปดาหืนี้ (20-24 ก.ค.69) ว่า แม้ตลาดจะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกส่งผลให้ดัชนีปรับตัวผันผวนจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มชิปของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้หุ้นกลุ่ม ETRON ในตลาดบ้านเราถูกแรงขายเช่นกัน
ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน โดยมองกรอบดัชนี 1,610-1,650 จุด แต่ยังคงมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง อาทิ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย.ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนที่ปรับตัวดีขึ้น ดัชนีภาคการผลิตภูมิภาคมิด-แอตแลนติกที่พุ่งสูงกว่าคาด และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัว
สำหรับปัจจัยบวกในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.13% โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกออนไลน์ที่เติบโตโดดเด่นถึง 56.9% นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมเปิดจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล "ออมพลัส" วงเงิน 4,000 ล้านบาท เพื่อเป็นทางเลือกในการออมเงินให้กับประชาชน
"อย่างไรก็ตาม ควรจับตาปัจจัยเสี่ยงภายนอกอย่างใกล้ชิด ทั้งกรณีความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงนโยบายภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อคู่ค้าทั่วโลก" นางสาววิลาสินี กล่าว
ปัจจัยที่ต้องจับตา
นอกจากนี้ ควรติดตามปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญที่จะส่งผลต่อทิศทางการลงทุนทั้งในประเทศให้จับตาภารกิจการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ ควบคู่ไปกับการรายงานตัวเลขสำคัญจากภาครัฐ ทั้งการแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศจากกระทรวงพาณิชย์ ยอดการผลิตและส่งออกยานยนต์จาก ส.อ.ท.
ตลอดจนดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และรายงานภาวะเศรษฐกิจจาก สศค. และ ธปท. ในช่วงสิ้นเดือน โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4/69 ในวันที่ 26 สิงหาคม
สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีนในวันที่ 20 กรกฎาคม การรายงานดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของอียู และตัวเลขดุลการค้าของญี่ปุ่นในวันที่ 21-22 กรกฎาคม
รวมถึงต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 23 กรกฎาคม และปิดท้ายด้วยความเคลื่อนไหวจากฝั่งสหรัฐฯ ทั้งการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจรายสัปดาห์ และการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
แนะสะสม 4 หุ้นโรงไฟฟ้า
ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำกลยุทธ์การลงทุนโดยเน้นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ 2026 (พ.ศ. 2569 – 2593) ได้แก่ GULF, BGRIM, GPSC และ GUNKUL ที่ได้อานิสงส์จากนโยบายพลังงานของภาครัฐในการส่งเสริมให้ไทยเป็นฮับรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในภูมิภาคและขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593







