thansettakij
thansettakij
กูรูชี้หุ้นไทยยังผันผวน แนะสะสม 4 หุ้นโรงไฟฟ้า รับอานิสงส์แผน PDP ใหม่

กูรูชี้หุ้นไทยยังผันผวน แนะสะสม 4 หุ้นโรงไฟฟ้า รับอานิสงส์แผน PDP ใหม่

20 ก.ค. 69 | 04:39 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ค. 69 | 04:42 น.

โบรกประเมินหุ้นไทยยังผันผวนจากแรงขายหุ้นชิปสหรัฐและความตึงเครียดตะวันออกกลาง แม้เศรษฐกิจสหรัฐและปัจจัยในประเทศยังช่วยประคองตลาด มองดัชนีแกว่งกรอบ 1,610-1,650 จุด พร้อมแนะสะสมหุ้นโรงไฟฟ้า GULF, BGRIM, GPSC และ GUNKUL รับอานิสงส์แผน PDP ใหม่ของภาครัฐ

KEY

POINTS

  • ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยกดดันภายนอกประเทศ
  • แนะกลยุทธ์ลงทุนโดยเน้นสะสมหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า 4 ตัว ได้แก่ GULF, BGRIM, GPSC และ GUNKUL
  • หุ้นกลุ่มดังกล่าวคาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ และนโยบายพลังงานของภาครัฐที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดมุมมองต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยสัปดาหืนี้ (20-24 ก.ค.69) ว่า แม้ตลาดจะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกส่งผลให้ดัชนีปรับตัวผันผวนจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มชิปของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้หุ้นกลุ่ม ETRON ในตลาดบ้านเราถูกแรงขายเช่นกัน

ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน โดยมองกรอบดัชนี 1,610-1,650 จุด แต่ยังคงมีปัจจัยบวกสนับสนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง อาทิ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย.ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนที่ปรับตัวดีขึ้น ดัชนีภาคการผลิตภูมิภาคมิด-แอตแลนติกที่พุ่งสูงกว่าคาด และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัว

สำหรับปัจจัยบวกในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.13% โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกออนไลน์ที่เติบโตโดดเด่นถึง 56.9% นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมเปิดจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล "ออมพลัส" วงเงิน 4,000 ล้านบาท เพื่อเป็นทางเลือกในการออมเงินให้กับประชาชน

"อย่างไรก็ตาม ควรจับตาปัจจัยเสี่ยงภายนอกอย่างใกล้ชิด ทั้งกรณีความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงนโยบายภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อคู่ค้าทั่วโลก" นางสาววิลาสินี กล่าว

ปัจจัยที่ต้องจับตา

นอกจากนี้ ควรติดตามปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญที่จะส่งผลต่อทิศทางการลงทุนทั้งในประเทศให้จับตาภารกิจการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ ควบคู่ไปกับการรายงานตัวเลขสำคัญจากภาครัฐ ทั้งการแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศจากกระทรวงพาณิชย์ ยอดการผลิตและส่งออกยานยนต์จาก ส.อ.ท.

ตลอดจนดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และรายงานภาวะเศรษฐกิจจาก สศค. และ ธปท. ในช่วงสิ้นเดือน โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4/69 ในวันที่ 26 สิงหาคม 

สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีนในวันที่ 20 กรกฎาคม การรายงานดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของอียู และตัวเลขดุลการค้าของญี่ปุ่นในวันที่ 21-22 กรกฎาคม

รวมถึงต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 23 กรกฎาคม และปิดท้ายด้วยความเคลื่อนไหวจากฝั่งสหรัฐฯ ทั้งการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจรายสัปดาห์ และการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก

แนะสะสม 4 หุ้นโรงไฟฟ้า

ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำกลยุทธ์การลงทุนโดยเน้นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ 2026 (พ.ศ. 2569 – 2593) ได้แก่ GULF, BGRIM, GPSC และ GUNKUL ที่ได้อานิสงส์จากนโยบายพลังงานของภาครัฐในการส่งเสริมให้ไทยเป็นฮับรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในภูมิภาคและขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593