
หุ้นไทยเปิดลบ ย่อตัว 2.45 จุด กูรูวางกรอบ 1,630-1,650 จุด แรงขายหุ้น TECH กดดันตลาด
หุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวอ่อน ปิดช่วงเช้าที่ 1,636.59 จุด ท่ามกลางแรงขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก หลังกลุ่ม Semiconductor ถูกทำกำไร ขณะที่ บล.พายมอง Fund Flow ต่างชาติยังหนุนตลาด แต่เตือนจับตาสงคราม-เงินเฟ้อและบอนด์ยีลด์ พร้อมแนะลงทุนหุ้นพลังงาน ส่งออก และ Defensive ระวังกลุ่มหุ้นเทค
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้าปรับตัวลดลง 2.45 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,636.59 จุด
- ตลาดได้รับแรงกดดันจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (TECH) และเซมิคอนดักเตอร์ตามทิศทางตลาดโลก
- นักวิเคราะห์ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี SET ในวันนี้ไว้ที่ 1,630-1,650 จุด
วันที่ 20 ก.ค. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 11:18 น. ที่ระดับ 1,636.59 จุด ลดลง 2.45 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.15% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,639.78 - 1,630.65 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 35,794.62 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- GULF ราคา 67.50 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงกับปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 3,322.30 ล้านบาท
- PTT ราคา 39.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.65% มูลค่าซื้อขาย 2,685.79 ล้านบาท
- PTTEP ราคา 147.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.03% มูลค่าซื้อขาย 2,462.07 ล้านบาท
- DELTA ราคา 294.00 บาท ลดลง 6.00 บาท หรือ 2.00% มูลค่าซื้อขาย 1,476.31 ล้านบาท
- ADVANC ราคา 382.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 0.79% มูลค่าซื้อขาย 1,265.78 ล้านบาท
กูรูชี้หุ้น Semi ยังถูกกดดัน
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (20 ก.ค. 69) ว่า DJIA คืนวันศุกร์ปิดลบ 406 จุด (-0.77%) ขณะที่ S&P500 ปิดลบเช่นกัน (-1%) นักลงทุนเทขายหุ้นเกี่ยวข้องกับ Semi เชื่อว่า เป็นเพราะราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาร้อนแรง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 4.6% สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่รุนแรงเป็นตัวเพิ่มแรงกดดัน
Semiconductor เผชิญกับแรงขายต่อเนื่องแม้กำไรมีทิศทางเติบโตดีผสานกับ Hyperscalers ยังคงเร่งใส่งบลงทุน จึงมองการปรับลงเป็นผลจากราคาหุ้นที่ปรับขึ้นร้อนแรงนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) MU +187% AMD +126% SNDK +454%
โดยสัปดาห์นี้รอดูผล ประกอบการ Alphabet รายงานหลังหุ้นสหรัฐฯ ปิดในวันพุธหากยืนยันการลงทุนพร้อมกับผลการดำเนินงานที่ดีจะเป็นปัจจัยที่ดี ขณะที่สถานการณ์สงครามยังค่อนข้างตึงเครียดมีรายงานการสูญเสียใน JORDAN อาจเป็นปัจจัยเร่งความตึงเครียดจากนี้
สำหรับคืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตาม รอดูเพียงการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและสถานการณ์สงคราม โดยเริ่มเห็นการปรับขึ้นของ BondYield สะท้อนนักลงทุนกลับมากังวลกับเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการลงทุน ขณะที่เช้านี้ KOSPI -2.3%
SET แกว่งตัวในกรอบ 1,630 – 1,650 จุด
ในส่วนของตลาดหุ้นไทยวันนี้นั้น ยังคงได้ปัจจัยหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่เข้าซื้อสุทธิต่อเนื่อง อย่างวันศุกร์ซื้อสุทธิกว่า 5.1 พันล้านบาทและ สะสม YTD มากถึง 6.9 หมื่นล้านบาท ปัจจัยหนุนคาดว่ามาจาก ทิศทางการเมืองที่นิ่งพร้อมกับ Flow จากอินโดนิเซีย และการปรับลงของ TECH จะเป็นปัจจัยบวกต่อ Value Stock
ทั้งนี้ ประเมิน SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,630 – 1,650 จุด เช้านี้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 33.66 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมกับราคาน้ำมันดิบขยับขึ้น 3% มองเป็นปัจจัยกดดันเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (Fund Flow)
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนไม่ควรประมาทกับการลงทุน หุ้นแนะนำเน้นที่พลังงาน (PTTEP PTT PTTGC TOP) ส่งออก (ITC TU) เงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยหนุน รวมไปถึง Defensive (ADVANC CPN CPALL) และอาจระมัดระวังกลุ่ม TECH
หุ้นแนะนำ
- ITC : ปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง รวมกับต้นทุนที่เริ่มเห็นการปรับตัวลดลง (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 19.70 บาท)
- TU : ปัจจัยบวกจากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่คาดว่ากำไรปกติจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2569 ถึง 22% จากกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 19.7% (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 15.00 บาท)







