thansettakij
thansettakij
ก.ล.ต. เชือด "วลัยลักษณ์ พอกเพิ่มดี" ผู้แนะนำลงทุน ปมแอบถอนเงินลูกค้า เสียหาย 19.3 ล้าน

ก.ล.ต. เชือด 'วลัยลักษณ์ พอกเพิ่มดี' ปมแอบถอนเงินลูกค้า เสียหาย 19.3 ล้าน

14 ก.ค. 69 | 11:16 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ค. 69 | 11:16 น.

ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้แนะนำการลงทุน 'วลัยลักษณ์ พอกเพิ่มดี' 10 ปี พบยักยอกเงินลูกค้า 11 ราย รวมกว่า 19.3 ล้านบาท พร้อมปลอมเอกสารปกปิดการทุจริต

KEY

POINTS

  • ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ "วลัยลักษณ์ พอกเพิ่มดี" ผู้แนะนำการลงทุน เป็นเวลา 10 ปี
  • มีพฤติกรรมทุจริตโดยไม่นำเงินลูกค้าไปลงทุนและแอบถอนเงินจากบัญชีลูกค้า 11 ราย เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
  • สร้างความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 19.3 ล้านบาท ซึ่งธนาคารกรุงไทยต้นสังกัดได้ชดใช้เงินคืนให้ลูกค้าครบถ้วนแล้ว

ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้แนะนำการลงทุนเป็นเวลา 10 ปี หลังพบยักยอกเงินลูกค้า 11 ราย มูลค่ารวมกว่า 19.3 ล้านบาท นำเงินไปใช้ส่วนตัว พร้อมปลอมแปลงเอกสารและสร้างข้อมูลเท็จเพื่อปกปิดความผิด ขณะที่ธนาคารกรุงไทยชดใช้ความเสียหายให้ลูกค้าครบแล้ว

ก.ล.ต. เพิกถอนผู้แนะนำการลงทุน 10 ปี ปมยักยอกเงินลูกค้า

ก.ล.ต.สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้แนะนำการลงทุนของนางวลัยลักษณ์ พอกเพิ่มดี เป็นเวลา 10 ปี กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน และมีพฤติกรรมอันส่อไปในทางไม่สุจริตที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะกระทำผิดสังกัดธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับรายงานจากธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงมกราคม 2565 – มีนาคม 2568 นางวลัยลักษณ์ กระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของลูกค้า จำนวน 11 ราย มูลค่ารวม 19,316,457 บาท  โดย

  1. ไม่นำเงินของลูกค้าจำนวน 11 ราย ไปลงทุนตามความประสงค์ของลูกค้า และนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
  2. ถอนเงินออกจากบัญชีของลูกค้าโดยลูกค้าไม่ทราบและไม่ใช่ความประสงค์ของลูกค้า เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

รวมทั้งทำให้ลูกค้าเข้าใจผิดว่า ต้องถอนเงินฝากประจำก่อนครบกำหนดเพื่อฝากต่อ และเมื่อลูกค้าลงนามในใบถอนเงินฝากประจำและมอบให้นางวลัยลักษณ์ดำเนินการ นางวลัยลักษณ์ได้ถอนเงินโดยใช้ใบแทนสมุดบัญชี ทำให้สมุดบัญชีไม่แสดงรายการถอนเงิน และนำเงินของลูกค้าไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

ปลอมเอกสารปิดบัง สร้างข้อมูลเท็จ

ในการกระทำข้างต้น นางวลัยลักษณ์ ได้มีการจัดทำหรือแก้ไขเอกสารโดยแสดงข้อมูลที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริงเพื่อปิดบังอำพรางให้ลูกค้าเข้าใจผิดว่า มีการลงทุนจริง ได้รับผลตอบแทน และบัญชีเงินฝากของลูกค้ายังมีเงินครบปกติ ทั้งนี้ ภายหลังธนาคารตรวจพบการกระทำผิดดังกล่าว นางวลัยลักษณ์ได้รับสารภาพต่อธนาคาร และธนาคารชดใช้เงินคืนให้ลูกค้าครบถ้วนแล้ว 

ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางวลัยลักษณ์ เป็นไปในลักษณะ

  1. เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน และการกระทำตาม
  2. เป็นพฤติกรรมอันส่อไปในทางไม่สุจริตที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการเป็นบุคลากรในตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ

ซึ่งทั้ง 2 กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ก.ล.ต. จึงเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2 เป็นเวลา 10 ปี แต่เนื่องจากการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2 ของนางวลัยลักษณ์ ได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ก.ล.ต. จึงกำหนดระยะเวลาในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนของนางวลัยลักษณ์ในคราวต่อไป เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2569

ทั้งนี้ ในการพิจารณากำหนดโทษ ก.ล.ต. ได้นำปัจจัยดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย ได้แก่ บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว ผลกระทบความเสียหายหรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น การแก้ไขหรือการดำเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของ ก.ล.ต. และประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

เตือนนักลงทุนอย่าลงนามเอกสารล่วงหน้า ตรวจสอบบัญชีสม่ำเสมอ

ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนตรวจสอบรายงานการถือหน่วยลงทุนและบัญชีเงินฝากอย่างสม่ำเสมอ หากพบการซื้อขายหรือการถอนเงินที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้สั่งควรปฏิเสธหรือทักท้วงโดยทันที และไม่ควรฝากหรือลงนามเอกสารสำคัญประกอบการทำธุรกรรม เช่น ใบถอนเงิน บัตรประชาชน สมุดคู่ฝาก เป็นต้น ให้ผู้แนะนำการลงทุนทำรายการแทนให้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้