thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยเด้ง 21.01 จุด ยืนเหนือเส้น 1,600 จุด รับแรงหนุนทุนต่างชาติไหลเข้า

หุ้นไทยเด้ง 21.01 จุด ยืนเหนือเส้น 1,600 จุด รับแรงหนุนทุนต่างชาติไหลเข้า

03 ก.ค. 69 | 04:30 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ค. 69 | 04:31 น.

SET เช้าวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งแตะ 1,614.57 จุด บวก 21.01 จุด มูลค่าซื้อขาย 38,944.71 ล้านบาท นำโดย GULF, PTT, KBANK, DELTA และ ADVANC ขณะที่ บล.พาย มองเงินทุนต่างชาติยังหนุนหุ้นไทย พร้อมแนะทยอยสะสมทองคำ รับโอกาสเฟดผ่อนคลายนโยบายการเงิน

KEY

POINTS

  • ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.01 จุด สามารถกลับมายืนเหนือระดับ 1,600 จุดได้
  • ตลาดได้รับแรงหนุนหลักจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้า โดยนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 8.5 พันล้านบาท
  • ปัจจัยบวกมาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มีการหมุนเวียนเม็ดเงินจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมายังกลุ่มหุ้นคุณค่า (Value Stock) ซึ่งส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย

วันที่ 3 ก.ค. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 11:17 น. ที่ระดับ 1,614.57 จุด เพิ่มขึ้น 21.01 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.11% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,617.10 - 1,598.30 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 38,944.71 ล้านบาท 

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • GULF ราคา 64.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 1.98% มูลค่าซื้อขาย 3,028.17 ล้านบาท
  • PTT ราคา 37.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 3.50% มูลค่าซื้อขาย 2,284.48 ล้านบาท
  • KBANK ราคา 231.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.86% มูลค่าซื้อขาย 2,179.66 ล้านบาท
  • DELTA ราคา 318.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท หรือ 1.92% มูลค่าซื้อขาย 1,715.46 ล้านบาท
  • ADVANC ราคา 374.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท หรือ 1.63% มูลค่าซื้อขาย 1,652.78 ล้านบาท

มองทองคำเริ่มน่าสนใจ

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ (3 ก.ค. 69) ว่า แรงงานสหรัฐฯ ต่ำคาดการณ์เพิ่มโอกาสใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย มองทองคำเริ่มน่าสนใจสำหรับสะสมไม้แรก (GOLD03) และช่วงถัดไปเงินเฟ้อสหรัฐฯ เชื่อจะเบาบางลงดีกับทองเช่นกัน

ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ เกิดการ Rotate จาก Tech > Value (+SET INDEX) เห็นชัดจากวานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิ 8.5 พันล้านบาท แม้หุ้นไทยอาจไม่ได้ถูกแต่ถูกขับเคลื่อนด้วยการ Rotate

ทั้งนี้ DJIA เมื่อคืนปิดบวก 594 จุด (+1.1%) ส่วน S&P500 ไม่เปลี่ยน แปลงเป็นเพราะนักลงทุนขายหุ้น Tech และเข้าสู่ Value Stock แม้แรงงานจะต่ำกว่าคาดการณ์ก็ตาม ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.3% นักลงทุนปิดสถานะ Short ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดของสหรัฐฯ โดย Sector ที่ Outperform ได้แก่ Finance Health Retail Trade 

สหรัฐฯ ประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 5.7 หมื่นรายต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1.14 แสนรายแต่อัตราการว่างงาน ลดลงมาที่ 4.2% จากเดิม 4.3% ตลาดค่อนข้างให้น้ำหนักผ่อนคลายสะท้อนจาก BondYield ปรับลงพร้อมกับ Dollar อ่อนค่า CME FED Watch ประเมินคงดอกเบี้ยถึงเดือน ก.ย. จากเดิมเชื่อว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย.

แต่ทั้งนี้กลุ่ม Semiconductorอยู่ในช่วงที่ตลาดยังไม่มั่นใจจากการประกาศของ META ผสานกับราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาร้อนแรง รอติดตามแถลง Hyperscale ต่อทิศทาง Capex ในช่วงในไตรมาส 2/2569 หากยังส่งสัญญาณลงทุนต่อเนื่องจะดีกับ Semiconductor คืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวัน Independence Day 

หุ้นไทยเด้งรับกระแส Tech

สำหรับตลาดหุ้นไทยยังได้ประโยชน์จากการลดน้ำหนัก Technology เพราะ Sector ส่วนมากเป็น Value Play ผสานเมื่อวานนี้ต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิ 8.5 พันล้านบาท แม้ Valuation ไม่ถูกแต่เชื่อว่าจะไม่ได้ปรับฐานแรงเว้นแต่ว่าจะมีปัจจัยกดดันแรงอย่างมีนัยยะเข้ามา

ขณะที่วันนี้ประเมิน SET กรอบ 1,585 - 1,610 จุด แม้เมื่อคืน หุ้นในกลุ่ม Semi ของสหรัฐฯ จะปรับลงแต่เช้านี้ Kospi ปรับลง ไม่มากนัก (-0.1%) เชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นที่ Value Play อาทิ ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) Health (BCH BDMS BH) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ท่องเที่ยว (MINT CENTEL)

หุ้นแนะนำ

  • SAWAD : คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2569 จะกลับมาเติบโตที่ 5.5% หนุนจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้อกับสินเชื่อ และ NIM ขยายตัว (แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท)
  • MINT : คาดว่า MINT มีโอกาสเกิด valuation re-rating จากพัฒนาการของกลยุทธ์ Asset-light model (แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 30.00 บาท)