
หุ้นไทยเด้ง 21.01 จุด ยืนเหนือเส้น 1,600 จุด รับแรงหนุนทุนต่างชาติไหลเข้า
SET เช้าวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งแตะ 1,614.57 จุด บวก 21.01 จุด มูลค่าซื้อขาย 38,944.71 ล้านบาท นำโดย GULF, PTT, KBANK, DELTA และ ADVANC ขณะที่ บล.พาย มองเงินทุนต่างชาติยังหนุนหุ้นไทย พร้อมแนะทยอยสะสมทองคำ รับโอกาสเฟดผ่อนคลายนโยบายการเงิน
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.01 จุด สามารถกลับมายืนเหนือระดับ 1,600 จุดได้
- ตลาดได้รับแรงหนุนหลักจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้า โดยนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 8.5 พันล้านบาท
- ปัจจัยบวกมาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มีการหมุนเวียนเม็ดเงินจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมายังกลุ่มหุ้นคุณค่า (Value Stock) ซึ่งส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย
วันที่ 3 ก.ค. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 11:17 น. ที่ระดับ 1,614.57 จุด เพิ่มขึ้น 21.01 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.11% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,617.10 - 1,598.30 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 38,944.71 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- GULF ราคา 64.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 1.98% มูลค่าซื้อขาย 3,028.17 ล้านบาท
- PTT ราคา 37.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 3.50% มูลค่าซื้อขาย 2,284.48 ล้านบาท
- KBANK ราคา 231.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.86% มูลค่าซื้อขาย 2,179.66 ล้านบาท
- DELTA ราคา 318.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท หรือ 1.92% มูลค่าซื้อขาย 1,715.46 ล้านบาท
- ADVANC ราคา 374.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท หรือ 1.63% มูลค่าซื้อขาย 1,652.78 ล้านบาท
มองทองคำเริ่มน่าสนใจ
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ (3 ก.ค. 69) ว่า แรงงานสหรัฐฯ ต่ำคาดการณ์เพิ่มโอกาสใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย มองทองคำเริ่มน่าสนใจสำหรับสะสมไม้แรก (GOLD03) และช่วงถัดไปเงินเฟ้อสหรัฐฯ เชื่อจะเบาบางลงดีกับทองเช่นกัน
ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ เกิดการ Rotate จาก Tech > Value (+SET INDEX) เห็นชัดจากวานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิ 8.5 พันล้านบาท แม้หุ้นไทยอาจไม่ได้ถูกแต่ถูกขับเคลื่อนด้วยการ Rotate
ทั้งนี้ DJIA เมื่อคืนปิดบวก 594 จุด (+1.1%) ส่วน S&P500 ไม่เปลี่ยน แปลงเป็นเพราะนักลงทุนขายหุ้น Tech และเข้าสู่ Value Stock แม้แรงงานจะต่ำกว่าคาดการณ์ก็ตาม ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.3% นักลงทุนปิดสถานะ Short ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดของสหรัฐฯ โดย Sector ที่ Outperform ได้แก่ Finance Health Retail Trade
สหรัฐฯ ประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 5.7 หมื่นรายต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1.14 แสนรายแต่อัตราการว่างงาน ลดลงมาที่ 4.2% จากเดิม 4.3% ตลาดค่อนข้างให้น้ำหนักผ่อนคลายสะท้อนจาก BondYield ปรับลงพร้อมกับ Dollar อ่อนค่า CME FED Watch ประเมินคงดอกเบี้ยถึงเดือน ก.ย. จากเดิมเชื่อว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย.
แต่ทั้งนี้กลุ่ม Semiconductorอยู่ในช่วงที่ตลาดยังไม่มั่นใจจากการประกาศของ META ผสานกับราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาร้อนแรง รอติดตามแถลง Hyperscale ต่อทิศทาง Capex ในช่วงในไตรมาส 2/2569 หากยังส่งสัญญาณลงทุนต่อเนื่องจะดีกับ Semiconductor คืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวัน Independence Day
หุ้นไทยเด้งรับกระแส Tech
สำหรับตลาดหุ้นไทยยังได้ประโยชน์จากการลดน้ำหนัก Technology เพราะ Sector ส่วนมากเป็น Value Play ผสานเมื่อวานนี้ต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิ 8.5 พันล้านบาท แม้ Valuation ไม่ถูกแต่เชื่อว่าจะไม่ได้ปรับฐานแรงเว้นแต่ว่าจะมีปัจจัยกดดันแรงอย่างมีนัยยะเข้ามา
ขณะที่วันนี้ประเมิน SET กรอบ 1,585 - 1,610 จุด แม้เมื่อคืน หุ้นในกลุ่ม Semi ของสหรัฐฯ จะปรับลงแต่เช้านี้ Kospi ปรับลง ไม่มากนัก (-0.1%) เชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นที่ Value Play อาทิ ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) Health (BCH BDMS BH) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ท่องเที่ยว (MINT CENTEL)
หุ้นแนะนำ
- SAWAD : คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2569 จะกลับมาเติบโตที่ 5.5% หนุนจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้อกับสินเชื่อ และ NIM ขยายตัว (แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท)
- MINT : คาดว่า MINT มีโอกาสเกิด valuation re-rating จากพัฒนาการของกลยุทธ์ Asset-light model (แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 30.00 บาท)







