
สินเชื่อเช่าซื้อยังถูกกดดัน MTC มองฐานรากเริ่มฟื้น คุมคุณภาพพอร์ต
สินเชื่อเช่าซื้อยังโตช้าจากการคุมคุณภาพหนี้ แม้ตลาดรถยนต์เริ่มฟื้นตัวและยอดขายปรับดีขึ้น ขณะที่ MTC มองเศรษฐกิจฐานรากเริ่มฟื้น พร้อมคุม NPL และบริหารความเสี่ยงหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- ภาพรวมธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อยังคงเผชิญแรงกดดันและหดตัวต่อเนื่อง แม้ยอดขายรถยนต์ใหม่จะฟื้นตัว เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ
- MTC มองว่าลูกค้ากลุ่มฐานรากเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดยได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและความต้องการสินเชื่อตามฤดูกาล
- บริษัทเน้นกลยุทธ์การเติบโตอย่างระมัดระวัง โดยมุ่งควบคุมคุณภาพพอร์ตสินเชื่อและบริหารจัดการหนี้เสีย (NPL) ให้อยู่ในระดับต่ำ แทนการเร่งขยายพอร์ต
แม้ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2569 จะเริ่มกลับมามีสัญญาณฟื้นตัวจากยอดขายรถใหม่ที่ขยายตัว แต่ภาพของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อกลับยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ตามไปด้วย สะท้อนให้เห็นว่าผู้ให้สินเชื่อยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ "เติบโตอย่างระมัดระวัง" มากกว่าการเร่งขยายพอร์ต ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อ
สินเชื่อเช่าซื้อยังหด แม้ตลาดรถเริ่มฟื้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ปี 2569 จะเป็นอีกปีที่ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อในระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้จังหวะการหดตัวจะชะลอลงจากปีก่อน ยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ในระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ณ เดือนเมษายน 2569 ยังลดลง 8.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศในช่วง 4 เดือนแรกของปีจะเติบโตถึง 15% ก็ตาม
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า การฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ยังไม่ได้แปลว่าเม็ดเงินสินเชื่อจะขยายตัวในอัตราเดียวกัน เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงใช้เกณฑ์อนุมัติสินเชื่ออย่างเข้มงวด โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพลูกหนี้มากกว่าการเร่งสร้างการเติบโตของพอร์ต
อีกปัจจัยสำคัญ คือ สัดส่วนการขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ซื้อส่วนใหญ่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งและใช้เงินดาวน์สูง หรือชำระด้วยเงินสด ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อไม่ได้เพิ่มขึ้นตามยอดขายรถ นอกจากนี้ ครึ่งหลังของปี 2569 ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ส่งผลให้กำลังซื้อรถยนต์ใหม่อาจชะลอลงอีกระลอก
คุณภาพสินเชื่อเริ่มนิ่ง แต่ยังต้องเฝ้าระวัง
แม้การเติบโตของสินเชื่อยังอ่อนแรง แต่ในอีกด้านหนึ่ง คุณภาพสินเชื่อกลับเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า สัดส่วนหนี้จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Stage 2) และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน จากการที่ธนาคารดำเนินนโยบาย Responsible Lending อย่างจริงจัง ควบคู่กับมาตรการปรับโครงสร้างหนี้และช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ คุณภาพสินเชื่อยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ผู้ให้สินเชื่อต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่กระจายตัวทั่วถึง ขณะที่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกประเทศยังมีอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อในระบบธนาคารพาณิชย์ปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 7.11 แสนล้านบาท ลดลง 7.2% จากปีก่อน นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แม้อัตราการลดลงจะดีขึ้นจากปี 2568 ที่หดตัวถึง 9.9%
MTC มองต่าง มั่นใจฐานรากเริ่มฟื้น
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากข้อมูลลูกค้าในพอร์ตสินเชื่อมูลค่าราว 1.8 แสนล้านบาท พบว่า ความเชื่อมั่นของลูกค้าฐานรากเริ่มทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/2569
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันเริ่มทรงตัว ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส ได้ช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มสภาพคล่องให้กับครัวเรือน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยเริ่มกลับมามีความมั่นใจในการลงทุนและสร้างรายได้ ส่งผลให้ MTC ยังสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการปล่อยสินเชื่อตามระดับ LTV ที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าแต่ละราย
ช่วงเวลานี้ยังเป็นจังหวะที่ความต้องการใช้เงินทุนเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ทั้งช่วงเปิดภาคการศึกษาและฤดูเพาะปลูก ซึ่งช่วยหนุนความต้องการสินเชื่อในระดับฐานราก
กลยุทธ์รับมือวิกฤติ ไม่เร่งโต แต่รักษาคุณภาพพอร์ต
สิ่งที่น่าสนใจ คือ แม้เศรษฐกิจจะยังเปราะบาง แต่ MTC ยังไม่เห็นสัญญาณการเร่งตัวของ NPL โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีสัดส่วน NPL อยู่ที่ประมาณ 2.50%
เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าวเกิดจากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อมาตั้งแต่กว่า 3 ปีก่อน ด้วยการลดสัดส่วนสินเชื่อไม่มีหลักประกัน พร้อมยกระดับกระบวนการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ และพัฒนาบุคลากรให้สามารถให้คำปรึกษาด้านการวางแผนการเงินแก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
แนวคิดดังกล่าวทำให้ลูกค้าปรับตัวต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นด้วยการลดรายจ่ายก่อนที่จะผิดนัดชำระหนี้ ส่งผลให้คุณภาพพอร์ตสินเชื่อยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
ประกอบกับมองว่าด้วยวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลราว 1.2-1.5 แสนล้านบาท ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับพอร์ตสินเชื่อของบริษัทจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้าฐานราก และลดความเสี่ยงด้านเครดิตได้ในระยะสั้น
"เอลนีโญ" ความเสี่ยงที่อาจกลายเป็นโอกาส
อีกปัจจัยที่ MTC ติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 แม้สภาพอากาศแห้งแล้งอาจกระทบผลผลิตทางการเกษตร แต่หากเกิดในวงกว้างเหมือนปี 2566 ก็อาจผลักดันราคาพืชผลเกษตรในตลาดโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น จากภาวะอุปทานตึงตัว
หากราคาสินค้าเกษตรไทยปรับเพิ่มขึ้น จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของ MTC และอาจช่วยเสริมความสามารถในการชำระหนี้ได้มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์
รักษา "คุณภาพสินเชื่อ" มากกว่าการเติบโต
ภาพรวมธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อในปี 2569 จึงยังอยู่ในช่วงของการ "รักษาสมดุล" มากกว่าการเร่งขยายตัว แม้ยอดขายรถยนต์จะกลับมาฟื้น แต่ผู้ให้สินเชื่อยังคงเลือกเติบโตบนฐานคุณภาพสินเชื่อเป็นหลัก ส่งผลให้ยอดสินเชื่อใหม่ไม่สามารถขยายตัวได้ตามตลาดรถยนต์
สำหรับ MTC กลยุทธ์สำคัญไม่ได้อยู่ที่การเร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อเพิ่มขนาดพอร์ต แต่คือการคัดกรองลูกหนี้อย่างมีวินัย ลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง และอาศัยปัจจัยบวกจากมาตรการภาครัฐ รวมถึงรายได้ภาคเกษตรในการประคองคุณภาพสินทรัพย์
จับตา Q2 โตต่อ
ขณะที่แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2/2569 บริษัทคาดว่า น่าจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2569 เนื่องจากทิศทางความต้องการสินเชื่อขยายตัว ผลของการเปิดภาคเรียนช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ประกอบกับได้รับผลบวกจากนโยบายภาครัฐเข้ามาช่วยเสริมอีกทางหนึ่ง รวมทั้งธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกันทิศทางผลการดำเนินงานในปี 2569 ทาง MTC ประเมินว่าพอร์ตสินเชื่อรวมจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เพิ่มขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับปี 2568 หลังบริษัทมีการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านทั้งการเปิดสาขาใหม่มากขึ้น นอกเหนือ จากระแสตอบรับจากฐานลูกค้าเดิมของบริษัท ซึ่งส่งผลให้ฐานลูกค้าโดยรวมขยายตัวกว้างขึ้น
"แนวทางการบริหารงานปีนี้ของ MTC นอกเหนือจากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องแล้ว บริษัทยังจะทำควบคู่ไปกับพิจารณาลูกค้าที่มีความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อลดความเสี่ยงและบริหารจัดการ NPL ปีนี้ให้ไม่เกิน 2.7% ส่วนในปี 2569 มีแผนเปิดสาขาใหม่ 400 สาขา ซึ่งครึ่งแรกปีผ่านไปเรามีสาขารวมเพิ่มเป็นเกือบ 8,700 สาขาแล้ว และคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีสาขาเพิ่มเป็นราว 9,000 สาขา เพื่อรองรับดีมานด์ลูกค้าที่เพิ่มขึ้น"
ท้ายที่สุด สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามในช่วงครึ่งหลังของปี ไม่ใช่เพียงตัวเลขการเติบโตของสินเชื่อ แต่คือทิศทางของ NPL การตั้งสำรอง คุณภาพลูกหนี้ และกำลังซื้อของเศรษฐกิจฐานราก เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าธุรกิจสินเชื่อกำลังผ่านพ้นช่วงเปราะบาง หรือยังต้องเดินบนเส้นทางแห่งความระมัดระวังต่อไป







