
กูรูชี้ DELTA เข้าโหมดเสี่ยงขายทำกำไร ก่อนกองทุนปรับพอร์ตสิ้นไตรมาส
แรงซื้อแรงขายจากการปรับดัชนีกำลังเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดหุ้นไทยปลายไตรมาส โบรกชี้ DELTA มีความเสี่ยงถูกขายทำกำไรจากการปรับสมดุลพอร์ต ขณะที่ MRDIYT และ THAI โดดเด่นจากการเข้าคำนวณทั้ง SET50 และ SET100 ซึ่งอาจดึงเม็ดเงินจากกองทุนอ้างอิงดัชนีเข้าสนับสนุนราคาหุ้น
KEY
POINTS
- หุ้น DELTA มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเทขายทำกำไรในช่วงสิ้นไตรมาส 2/2569 เนื่องจากการปรับพอร์ต (Rebalancing) ของกองทุน
- ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นกว่า 34% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้น้ำหนักในดัชนี SET50 เพิ่มขึ้นสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด กระตุ้นให้เกิดแรงขายเพื่อปรับสมดุล
- นักวิเคราะห์เตือนให้ระวังความผันผวนของราคาในช่วงที่เหลือของเดือนมิถุนายน โดยอ้างอิงสถิติในอดีตและแรงขายที่เริ่มเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน
ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญก่อนปิดไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นจังหวะที่กองทุนทั้งในและต่างประเทศทยอยปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับดัชนีอ้างอิง ส่งผลให้หุ้นขนาดใหญ่และหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อในดัชนี SET50 และ SET100 กลายเป็นเป้าหมายที่นักลงทุนต้องจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่เริ่มเผชิญแรงขายหลังราคาปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดไตรมาส
นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นไตรมาส 2/2569 ราคาหุ้น DELTA ปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 34% ส่งผลให้น้ำหนักของหุ้นในดัชนี SET50 เพิ่มขึ้นจาก 10.00% เป็น 12.63% จนมีโอกาสสูงที่จะเกิดการปรับสมดุลน้ำหนัก (Rebalancing) ของกองทุนที่อ้างอิงดัชนี
เตือนระวังแรงขาย DELTA
สถิติในอดีตสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อหุ้นมีน้ำหนักในดัชนีสูงเกินระดับที่กำหนด (Capped Weight) มักเกิดแรงขายทำกำไรหรือแรงขายจากการปรับพอร์ตของกองทุนในช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนสิ้นไตรมาส โดยเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ได้แก่
- ก่อนสิ้นไตรมาส 4/2568 ราคาปรับลดลง 9 บาท
- ก่อนสิ้นไตรมาส 1/2569 ราคาปรับลดลง 32 บาท
- ก่อนสิ้นไตรมาส 2/2569 ราคาปรับลดลง 25 บาท
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจึงควรระมัดระวังความผันผวนของราคาหุ้น DELTA ในช่วงที่เหลือของเดือนมิถุนายน
สัญญาณดังกล่าวเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่ต้นสัปดาห์ โดยราคาหุ้น DELTA ปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 รวมแล้วราว 17 บาท ส่งผลให้ราคาลดลงมาอยู่บริเวณ 346 บาทต่อหุ้น ก่อนที่ในวันนี้ (19 มิ.ย. 69) ณ เวลา 11.07 น. ราคาจะอ่อนตัวลงต่อเนื่องเหลือ 338 บาท ลดลงอีก 8 บาทจากราคาปิดวันก่อนหน้า สะท้อนแรงขายที่เริ่มกดดันหุ้นขนาดใหญ่ตัวนี้อย่างชัดเจน
จับตาแรงซื้อ-แรงขายจากการปรับดัชนีฯ
นอกจาก DELTA แล้ว นักลงทุนยังต้องติดตามการปรับองค์ประกอบดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้
SET50
- หุ้นเข้า: BCP, MRDIYT, TFG และ THAI
- หุ้นออก: BTS, CBG, CENTEL และ SAWAD
SET100
- หุ้นเข้า: MRDIYT, THAI, THCOM และ WHAUP
- หุ้นออก: JAS, JMART, SISB และ SJWD
ระวัง2 สัปดาห์ก่อนการปรับดัชนี
ฝ่ายวิจัยประเมินว่า MRDIYT และ THAI จะเป็นหุ้นเด่นที่สุดในการปรับดัชนีรอบนี้ เนื่องจากได้รับคัดเลือกเข้าสู่ทั้ง SET50 และ SET100 พร้อมกัน ทำให้มีโอกาสได้รับแรงซื้อจากกองทุนประเภท Passive Fund และกองทุนที่ลงทุนอ้างอิงดัชนีเพื่อปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับองค์ประกอบใหม่
ในทางกลับกัน หุ้นที่ถูกถอดออกจากดัชนีมีแนวโน้มเผชิญแรงขายจากกองทุนในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนวันมีผลบังคับใช้ จึงควรติดตามความผันผวนของราคาอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่า หากแรงขายกดดันจนราคาปรับฐานลงมาลึก หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งที่ถูกถอดออกจาก SET50 อย่าง BTS, CENTEL และ CBG อาจกลายเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงระยะยาวในการทยอยสะสม หลังการปรับดัชนีมีผลบังคับใช้และแรงขายจากกองทุนเริ่มคลี่คลาย







