thansettakij
thansettakij
เปิดโผหุ้น Big Cap มูลค่าโตสูงสุด DELTA ยืนหนึ่ง เพิ่มกว่า 2.24 ล้านล้าน

เปิดโผหุ้น Big Cap มูลค่าโตสูงสุด DELTA ยืนหนึ่ง เพิ่มกว่า 2.24 ล้านล้าน

12 มิ.ย. 69 | 00:30 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มิ.ย. 69 | 03:26 น.

ท่ามกลางความผันผวนของตลาด หุ้นใหญ่ไทยหลายตัวกลับสร้างผลตอบแทนโดดเด่น ทั้งจากกำไรที่ฟื้นตัว ธุรกิจใหม่ที่เติบโต และแรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติ เจาะลึก 10 หุ้น Big Cap ที่ Market Cap เปลี่ยนแรงที่สุดในช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 นี้

KEY

POINTS

  • หุ้น DELTA มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) เพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วง 5 เดือนแรกของปี โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 2.24 ล้านล้านบาท หรือเติบโต 104.05%
  • การเติบโตของ DELTA ได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ AI และผลิตภัณฑ์ระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ซึ่งมีอัตรากำไรสูง
  • หุ้นขนาดใหญ่อื่นๆ ที่มีมูลค่าเติบโตโดดเด่นรองลงมา ได้แก่ GULF, TRUE, PTTEP และ KTB ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนเฉพาะตัว เช่น ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์, การฟื้นตัวหลังควบรวม, ราคาน้ำมัน และเงินปันผลสูง

ตลาดหุ้นไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความผันผวนเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเงินเฟ้อ กำลังซื้อ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังผันผวน หุ้นขนาดใหญ่หลายบริษัทกลับสามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) ได้อย่างโดดเด่น สะท้อนว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) ยังคงเลือกลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง กำไรเติบโต มีธีมธุรกิจชัดเจน และจ่ายเงินปันผลได้ในระดับสูง

“ฐานเศรษฐกิจ” ตรวจสอบข้อมูลหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงวันที่ 1 ม.ค. - 30 พ.ค. 2569 เทียบกับสิ้นปี 2568 พบว่า 10 หุ้น Big Cap. สำคัญ มีการเปลี่ยนแปลงของ Market Cap. แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเรียงตามขนาด Market Cap. ล่าสุดจากมากไปน้อย ดังนี้

DELTA Market Cap พุ่ง 104% แตะ 4.4 ล้านล้าน

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA มี Market Cap. ณ วันที่ 30 พ.ค. 2569 อยู่ที่ 4,403,257.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 2,157,970.19 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2,245,286.91 ล้านบาท คิดเป็น 104.05%

ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 62,293.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.74% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 43,038.09 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 9,081.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.47% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 5,488.13 ล้านบาท

บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) มองว่า DELTA ยังได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจพลังงานสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI และผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling ซึ่งเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2569 โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงราว 35-40% และมีโอกาสสร้างรายได้ 5-8% ของยอดขายรวมในปี 2569

นอกจากนี้ DELTA ยังมีโอกาสได้รับคัดเลือกกลับเข้าสู่ดัชนี SET50 ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันและต่างชาติ โดยบล.เมย์แบงก์แนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 336 บาท

  • รายได้รวม : 62,293.58 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 43,038.09 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 9,081.18 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 5,488.13 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 365.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 155.50 บาท
  • Market Cap. 2569 : 4,403,257.10 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 2,157,970.19 ล้านบาท

เปิดโผหุ้น Big Cap มูลค่าโตสูงสุด DELTA ยืนหนึ่ง เพิ่มกว่า 2.24 ล้านล้าน

ADVANC Market Cap เพิ่ม 12.78% กำไรโต 27.51%

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC มี Market Cap. อยู่ที่ 1,049,896.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 930,927.65 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 118,968.39 ล้านบาท คิดเป็น 12.78%

โดยในไตรมาส 1/2569 ADVANC มีรายได้รวม 58,361.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.23% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 13,495.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.51%

บล.บัวหลวงระบุว่า กำไร ADVANC ยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากฐานลูกค้า Mobile และ Fixed Broadband ที่เพิ่มขึ้น ARPU ปรับตัวดีขึ้น และรับรู้ผลประหยัดต้นทุนคลื่น 2100 MHz เต็มไตรมาส

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบจากกำลังซื้อในประเทศที่อาจอ่อนตัวจากราคาน้ำมันสูง และการชะลอใช้งบ IT ของลูกค้าองค์กร แต่ภาพรวม ADVANC ยังเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มสื่อสาร โดยบล.บัวหลวงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 398 บาท

  • รายได้ : 58,361.33 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 56,533.03 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 13,495.51 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 10,583.53 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 410.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 315.00 บาท
  • Market Cap. 2569 : 1,049,896.04 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 930,927.65 ล้านบาท

PTT Market Cap เพิ่ม 13.28% รับแรงหนุนพลังงาน

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มี Market Cap. อยู่ที่ 1,035,408.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 914,015.88 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 121,392.73 ล้านบาท คิดเป็น 13.28%

ด้านผลการดำเนินงานนั้น ในไตรมาส 1/2569 PTT มีรายได้รวม 731,362.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 25,738.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.39% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

การเติบโตของ PTT สะท้อนผลบวกจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้ยังต้องติดตามความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าการกลั่นในช่วงถัดไป

บล.บัวหลวงมองว่า ธุรกิจก๊าซ ผลการดำเนินงานปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น หนุนโดยต้นทุนก๊าซที่ลดลง (จากโครงสร้างราคาก๊าซใหม่ แต่ราคา LNG ที่สูงขึ้นอาจจำกัดการลดลงของต้นทุนก๊าซบางส่วน) และปริมาณขายก๊าซที่เพิ่มขึ้น 

กลุ่ม PTT ดำเนินโครงการปรับลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนิน และคงเป้าหมายการสร้าง EBITDA ส่วนเพิ่มได้ราว 2.6 หมื่นล้านบาทในปี 2569

อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานกำไรที่มั่นคงจากธุรกิจก๊าซของ PTT จะช่วยลดความผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และช่วยรักษาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลและหนุนอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลให้อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จึงยังคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 40 บาท

  • รายได้ : 731,362.20 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 708,516.63 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 25,738.30 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 23,315.49 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 38.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 31.50 บาท
  • Market Cap. 2569 : 1,035,408.61 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 914,015.88 ล้านบาท

GULF Market Cap โต 48.50% รับธีม Data Center

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF มี Market Cap. อยู่ที่ 926,269.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 623,738.22 ล้านบาท หรือเพิ่มเป็น 302,531.72 ล้านบาท คิดเป็น 48.50%

ในแง่ของผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวมอยู่ที่ 39,040.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.70% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,116.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.88% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

บล.ฟิลลิปมองว่า GULF ยังมีศักยภาพเติบโตระยะยาวจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และ Data Center โดยศูนย์ข้อมูลของบริษัทออกแบบรองรับชิป AI รุ่นใหม่ พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเป็นจุดแข็งในการรองรับลูกค้ากลุ่ม AI และ Cloud

ขณะเดียวกัน ไตรมาส 2/2569 ยังมี Upside จากกำไรพิเศษจากการขายหุ้นบางส่วนของโรงไฟฟ้าใน สปป.ลาว ราว 1,900 ล้านบาท บล.ฟิลลิปแนะนำทยอยซื้อ ราคาเหมาะสม 60 บาท

  • รายได้ : 39,040.59 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 32,344.05 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 9,116.80 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 6,564.41 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 64.25 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 41.25 บาท
  • Market Cap. 2569 : 926,269.94 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 623,738.22 ล้านบาท

AOT Market Cap เพิ่ม 4.25% รอแรงหนุน PSC ใหม่

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มี Market Cap. อยู่ที่ 789,284.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 757,142.10 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 32,142.83 ล้านบาท คิดเป็น 4.25%

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 AOT มีรายได้รวม 35,943.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.38% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 10,370.65 ล้านบาท ลดลง 0.26%

บล.พายระบุว่า AOT จะเริ่มรับรู้รายได้เพิ่มจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ หรือ PSC จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2569 ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่ชะลอลง

แม้ไตรมาส 3/2569 ยังมีโอกาสถูกกดดันจากจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง แต่คาดว่าไตรมาส 4/2569 จะเริ่มเห็นผลบวกจาก PSC อัตราใหม่ชัดเจนขึ้น บล.พายแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 64 บาท

  • รายได้ : 35,943.91 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 35,808.20 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 10,370.65 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 10,397.57 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 59.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 45.00 บาท
  • Market Cap. 2569 : 789,284.93 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 757,142.10 ล้านบาท

PTTEP Market Cap เพิ่ม 25.22% แม้กำไรสุทธิลด

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP มี Market Cap. อยู่ที่ 561,752.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 448,608.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 113,144.58 ล้านบาท คิดเป็น 25.22%

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 PTTEP มีรายได้รวม 78,111.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.50% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 11,835.28 ล้านบาท ลดลง 28.54% จากผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน

บล.ลิเบอเรเตอร์ระบุว่า แม้กำไรสุทธิถูกกดดันจากรายการพิเศษ แต่กำไรปกติยังแข็งแกร่ง โดยปริมาณขายทำสถิติสูงสุดที่ 553 KBOED จากการเร่งผลิตก๊าซในอ่าวไทย

ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจากปัญหาตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยหนุนหลัก จึงแนะนำซื้อขายเล่นรอบ ตามทิศทางราคาน้ำมัน ราคาเป้าหมาย 175 บาท

  • รายได้ : 78,111.97 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 74,040.79 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 11,835.28 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 16,560.98 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 164.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 107.50 บาท
  • Market Cap. 2569 : 561,752.93 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 448,608.35 ล้านบาท

KTB Market Cap เพิ่ม 23.01% เด่นปันผลสูง

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB มี Market Cap. อยู่ที่ 485,668.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 394,823.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 90,844.40 ล้านบาท คิดเป็น 23.01%

ไตรมาส 1/2569 KTB มีรายได้รวม 31,062.18 ล้านบาท ลดลง 7.81% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 12,437.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.18% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สปรับคำแนะนำ KTB เป็นซื้อ จากเดิมถือ พร้อมเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 38.50 บาท โดยมองว่าธนาคารมี Upside จาก NIM รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และการตั้งสำรองล่วงหน้าไปแล้วในไตรมาส 1/2569

นอกจากนี้ KTB ยังมีจุดเด่นด้านเงินปันผล โดยคาดเงินปันผลปี 2569 ที่ 2.67 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 8.2%

  • รายได้ : 31,062.18 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 33,695.24 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 12,437.18 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 11,713.70 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 36.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 27.50 บาท
  • Market Cap. 2569 : 485,668.13 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 394,823.73 ล้านบาท

TRUE Market Cap เพิ่ม 26.61% กำไรพุ่งกว่า 303%

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE มี Market Cap. อยู่ที่ 476,818.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 376,617.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 100,201.09 ล้านบาท คิดเป็น 26.61%

โดยในไตรมาส 1/2569 TRUE มีรายได้รวมที่ 46,871.53 ล้านบาท ลดลง 9.27% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 6,588.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 303.26% จากผลของการควบรวม DTAC การลดต้นทุนโครงข่าย และการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สมองว่า TRUE ยังเป็นหุ้น Laggard ที่มีโอกาส Re-rating จากพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น โดยคาดกำไรปกติช่วงปี 2569-2571 เติบโตเฉลี่ย 17% ต่อปี และสัดส่วน Net Debt/EBITDA จะทยอยลดลง แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 17.50 บาท

  • รายได้ : 46,871.53 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 51,657.83 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 6,588.72 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 1,633.88 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 15.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 10.20 บาท
  • Market Cap. 2569 : 476,818.99 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 376,617.90 ล้านบาท

KBANK Market Cap เพิ่ม 3.34% กำไรยังโตแต่ NIM กดดัน

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มี Market Cap. อยู่ที่ 476,234.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 460,834.22 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15,400.63 ล้านบาท คิดเป็น 3.34%

ในไตรมาส 1/2569 KBANK มีรายได้รวม 43,040.98 ล้านบาท ลดลง 3.99% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 14,667.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.35% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

บล.พายระบุว่า กำไรไตรมาส 1/2569 แข็งแกร่งจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะธุรกิจตลาดทุนและ Wealth Management อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 2/2569 กำไรอาจชะลอลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากไตรมาส 1 เป็นฐานสูง

แรงกดดันสำคัญยังอยู่ที่ NIM ซึ่งมีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569 ก่อนเริ่มมีเสถียรภาพในครึ่งหลังปีนี้ บล.พายแนะนำถือ ราคาเหมาะสม 212 บาท

  • รายได้ : 43,040.98 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 44,830.79 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 14,667.41 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 13,791.45 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 208.00 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 178.00 บาท
  • Market Cap. 2569 : 476,234.85 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 460,834.22 ล้านบาท

SCB Market Cap ลด 3.24% แต่ยังเด่นปันผล

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มี Market Cap. อยู่ที่ 452,875.93 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2568 ที่ 468,027.91 ล้านบาท หรือลดลง 15,151.98 ล้านบาท คิดเป็น 3.24%

โดยในไตรมาส 1/2569 SCB มีรายได้รวมอยู่ที่ 35,719.32 ล้านบาท ลดลง 7.71% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 10,195.43 ล้านบาท ลดลง 18.45% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

บล.ฟิลลิปมองว่า แม้รายได้และกำไรยังถูกกดดัน แต่ SCB ยังเป็นหุ้นธนาคารที่โดดเด่นด้านเงินปันผล โดยคาดปี 2569 จ่ายเงินปันผล 11.48 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 8.5%

ขณะเดียวกัน SCB ยังเป็นธนาคารที่มีสินเชื่อเติบโตโดดเด่นในปี 2569 โดยเฉพาะสินเชื่อรายใหญ่ จึงยังแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 145 บาท

  • รายได้ : 35,719.32 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 38,703 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ : 10,195.43 ล้านบาท จากเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน 12,502.10 ล้านบาท
  • ราคาสูงสุด : 149.50 บาท
  • ราคาต่ำสุด : 129.50 บาท
  • Market Cap. 2569 : 452,875.93 ล้านบาท
  • Market Cap. ณ สิ้นปี 2568 : 468,027.91 ล้านบาท

ภาพรวม Big Cap. ไทย 5 เดือนแรก

เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของ Market Cap. ในช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 พบว่า DELTA เป็นหุ้นที่มูลค่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดทั้งในเชิงจำนวนเงินและเปอร์เซ็นต์ สะท้อนแรงเก็งกำไรและความคาดหวังต่อธีม AI อย่างชัดเจน

รองลงมาคือ GULF, TRUE, PTTEP และ KTB ซึ่งต่างมีปัจจัยเฉพาะตัวรองรับ ทั้ง Data Center, การฟื้นตัวหลังควบรวม, ราคาน้ำมัน และเงินปันผลสูง

ขณะที่ SCB เป็นหุ้นเดียวในกลุ่มที่ Market Cap. ลดลง แม้ยังมีจุดแข็งด้าน Dividend Yield แต่ราคาหุ้นยังถูกกดดันจากรายได้และกำไรที่ลดลงในไตรมาสแรก

สำหรับนักลงทุน ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า การลงทุนในหุ้น Big Cap. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาทั้งทิศทางกำไร คุณภาพรายได้ ธีมธุรกิจในอนาคต ระดับ Valuation และนโยบายจ่ายเงินปันผลประกอบกัน

ในช่วงที่ตลาดยังผันผวน หุ้นขนาดใหญ่ที่มีผลประกอบการเติบโตชัดเจน กระแสเงินสดแข็งแรง และมีปัจจัยหนุนระยะยาว ยังมีโอกาสเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow หากความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้น