thansettakij
thansettakij
ทองคำเผชิญแรงกดดันใหม่ เฟดส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อ กูรูแนะรอซื้อแนวรับ 65,000 บาท

ทองคำเผชิญแรงกดดันใหม่ เฟดส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อ กูรูแนะรอซื้อแนวรับ 65,000 บาท

12 มิ.ย. 69 | 06:15 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มิ.ย. 69 | 07:26 น.

ทองคำถูกกดดันจากกระแสคาดการณ์เฟดกลับมาใช้นโยบายการเงินเข้มงวด หลังเศรษฐกิจสหรัฐยังร้อนแรงและเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัว โบรกชี้การรีบาวด์ระยะสั้นยังเป็นเพียงเทคนิคอลรีบาวด์ พร้อมเปิดแนวรับสำคัญ 65,000-64,300 บาท เป็นจุดสะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง

KEY

POINTS

  • ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด
  • ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนในเทคโนโลยี AI และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง
  • นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ "รอย่อซื้อ" โดยให้จับตาแนวรับสำคัญที่ระดับราคาประมาณ 65,000 บาท และ 64,300 บาท สำหรับการเข้าสะสม

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังจากตลาดการเงินเริ่มปรับมุมมองต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อีกครั้ง เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานล่าสุดของสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้นักลงทุนลดน้ำหนักต่อการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และเพิ่มความเป็นไปได้ที่เฟดอาจกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้

ทั้งนี้ ยอมรับว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปัจจุบันกำลังกลายเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานเฟดคนใหม่ โดยเฉพาะสัญญาณเชิงบวกจากตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง และการจ้างงานที่เร่งตัวขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ความกังวลด้านเงินเฟ้อกลับมาเป็นประเด็นหลักที่ตลาดให้ความสนใจอีกครั้ง

ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังได้รับปัจจัยหนุนจากโครงสร้างเศรษฐกิจภายในของสหรัฐฯ ที่ขยายตัวจากการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรวดเร็ว ซึ่งกระตุ้นความต้องการใช้วัตถุดิบและพลังงานในปริมาณสูง

ประกอบกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ ยิ่งทำให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายออกมาส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

“การที่ตลาดเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำในระยะสั้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงต้องจับตาการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยตลาดคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไปอาจเร่งตัวขึ้นจาก 3.8% สู่ระดับ 4.2% ทั้งนี้ หากตัวเลขออกมาตามคาดหรือสูงกว่าคาด อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำเพิ่มเติมอีกระลอก”

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าภาพรวมทางเทคนิคของราคาทองคำยังคงอยู่ในเชิงลบ หลังปรับตัวหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันในระยะกลาง แม้ในระยะสั้นอาจเห็นแรงรีบาวด์กลับขึ้นไปทดสอบบริเวณ 4,370 - 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 67,800 - 68,200บาท แต่การฟื้นตัวดังกล่าวยังมองว่าเป็นเพียงการรีบาวด์ทางเทคนิคในระยะสั้นเท่านั้น

รอซื้อแนวรับ 65,000 บาท

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนยังคงแนะนำให้ รอย่อซื้อบริเวณแนวรับสำคัญ พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด  โดยมีแนวรับสำคัญที่ต้องติดตามบริเวณ 4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 65,000 บาท และ 64,300 บาทตามลำดับ จึงเน้นสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงใกล้แนวรับ

ขณะที่หากราคาสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือโซน 4,510 - 4,550 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 69,700 บาท ได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณว่าภาพขาลงเริ่มคลี่คลาย และมีโอกาสเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาสนับสนุนการฟื้นตัวในระยะถัดไป