thansettakij
thansettakij
PROUD มองอสังหาฯไทยยังเปราะบาง ผู้ประกอบการเร่งระบายสต็อก

PROUD มองอสังหาฯไทยยังเปราะบาง ผู้ประกอบการเร่งระบายสต็อก

10 มิ.ย. 69 | 06:39 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 69 | 07:32 น.

PROUD มองตลาดอสังหาฯ ไทยยังเปราะบางจากเศรษฐกิจโตต่ำและปัญหาหุ้นกู้ผู้ประกอบการ แต่มั่นใจฐานะการเงินแข็งแรง ตุน Backlog 5,300 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 แตะ 6,000 ล้านบาท พร้อมงบซื้อที่ดินใหม่ 3,000 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเปราะบางจากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กดดันกำลังซื้อ
  • ผู้ประกอบการหลายรายกำลังเร่งระบายสต็อกคงค้าง ส่งผลให้เป็นโอกาสสำหรับผู้ซื้อที่มีความพร้อมทางการเงิน
  • แม้ตลาดในประเทศจะชะลอตัว แต่ยังมองเห็นโอกาสเติบโตจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต

นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง จากปัจจัยเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการบางรายที่เริ่มสะท้อนผ่านการเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการและการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้

บริษัทมองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้อาจเติบโตเพียงระดับ 1% กว่าๆ ต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ขณะที่ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อกำลังซื้อภายในประเทศ

โอกาสใหม่จากกำลังซื้อของต่างชาติ

แม้ตลาดภายในประเทศจะชะลอตัว แต่ PROUD มองว่า ยังมีโอกาสเติบโตจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ซื้อจากรัสเซีย ยูเครน อิสราเอล และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่ยังมองประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการอยู่อาศัยและการลงทุน โดยพื้นที่ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องคือจังหวัดภูเก็ต ซึ่งยังมีอุปสงค์จากต่างชาติไหลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ภาวะตลาดปัจจุบันยังเป็นช่วงของการเร่งระบายสต็อกของผู้ประกอบการหลายราย ส่งผลให้ผู้ซื้อที่มีศักยภาพทางการเงินสามารถเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์คุณภาพในระดับราคาที่น่าสนใจมากขึ้น

พสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD

ปักธงยอดขายปีนี้แตะ 6,000 ล้านบาท

PROUD ตั้งเป้ายอดขายล่วงหน้า (Presale) ในปี 2569 ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจาก 3 โครงการหลัก ได้แก่ ROMM Convent, NUE District R9 และ VEHHA Hua Hin ซึ่งมียอดขายแล้วระหว่าง 70-96% ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) อยู่กว่า 5,300 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ได้ประมาณ 80-85% ช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ โครงการ ROMM Convent มียอดขายแล้วกว่า 90% และเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้และกระแสเงินสดให้กับบริษัท

บริษัทคาดว่าอัตรากำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2569 จะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากโครงการที่พัฒนาเองทั้งหมด แตกต่างจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีต้นทุนจากการเข้าซื้อกิจการเข้ามาเกี่ยวข้อง

กลยุทธ์หลักของบริษัทในปีนี้คือการเร่งโอนกรรมสิทธิ์และผลักดันยอดขายโครงการพร้อมอยู่ โดยเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบนที่มีฐานะการเงินแข็งแรง ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่ออยู่เพียงประมาณ 10% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่อยู่ราว 30%

PROUD ตั้งเป้ายอดขายล่วงหน้า (Presale) ในปี 2569 ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจาก 3 โครงการหลัก ได้แก่ ROMM Convent, NUE District R9 และ VEHHA Hua Hin

เตรียมงบ 3,000 ล้านบาท ลุยซื้อที่ดินเพิ่ม

ในด้านการลงทุน บริษัทเตรียมงบประมาณสำหรับซื้อที่ดินใหม่ราว 3,000 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างติดตามโอกาสเข้าซื้อสินทรัพย์คุณภาพในราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต และเชียงใหม่

นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดกว้างต่อการพัฒนาโครงการรูปแบบมิกซ์ยูส ซึ่งรวมองค์ประกอบด้านที่พักอาศัย โรงแรม และคอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อสร้างรายได้ประจำในอนาคต

PROUD จัดงบซื้อที่ดินใหม่ราว 3,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างติดตามโอกาสเข้าซื้อสินทรัพย์คุณภาพในราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต และเชียงใหม่

นายพสุ ระบุว่า PROUD มีความเสี่ยงจากตลาดตราสารหนี้ค่อนข้างต่ำ โดยมีสัดส่วนหุ้นกู้ไม่ถึง 5% ของหนี้สินรวม และยังได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินมากกว่า 6 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางปัญหาหุ้นกู้ของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มเห็นการเลื่อนชำระหนี้และการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในบางบริษัท PROUD ยังคงมั่นใจในความแข็งแกร่งทางการเงิน และเชื่อว่าปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณาคือความสามารถในการสร้างรายได้และกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการพิจารณาเพียงอันดับความน่าเชื่อถือหรือหลักประกันของหุ้นกู้

 

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,208 วันที่ 11 - 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569