
ตลท. ชี้เศรษฐกิจไทยแกร่ง Moody’s ปรับ Outlook “Stable” ดัน SET เม.ย. พุ่งเกือบ 19%
หุ้นไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง SET ปิดเม.ย.เหนือ 1,490 จุด ต่างชาติยังซื้อสุทธิสะสมกว่า 1.66 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางแรงหนุนสงครามตะวันออกกลางคลี่คลายและกำไร บจ.เริ่มฟื้นตัว
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรองรับแรงกระแทกได้ดี โดยมีแรงขับเคลื่อนจากภาคส่งออกที่ขยายตัว เสถียรภาพทางการคลัง และฐานะการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่ง
สะท้อนผ่านการที่มูดี้ส์ (Moody's Ratings) ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิต (Outlook) ของประเทศไทยสู่ “มีเสถียรภาพ" (Stable) จาก "เชิงลบ" (Negative) นอกจากนี้ ประมาณการกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในช่วง 12 เดือนข้างหน้าถูกปรับขึ้นเล็กน้อย นำโดยกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับราคาพลังงาน
ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 SET Index ปิดที่ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 3.15% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 18.58% จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับทิศทางตลาดในภูมิภาค โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการคลี่คลายลงของความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวดีขึ้น ขณะที่แรงขายสุทธิของผู้ลงทุนต่างประเทศชะลอตัวลง อย่างไรก็ดีราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยกดดันต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก
ภาวะตลาดหุ้นเดือนเม.ย. 69
ณ สิ้นเดือนเมษายน SET Index ปิดที่ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 3.15% จากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค และเพิ่มขึ้น 18.58% จากสิ้นปี 2568 โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 58,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 63,646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากร ขณะเดียวกันมีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 1 บริษัทได้แก่ บมจ. ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX)
ทั้งนี้ ในเดือนเมษายน 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,513 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569 ยังคงมียอดซื้อสุทธิ 16,638 ล้านบาท โดยผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 54.43% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 31.68% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.53% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.37%
ด้าน Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 15.16 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.96 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.05 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 17.31 เท่า
ในแง่ของอัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 4.42% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.76%
ภาวะตลาด TFEX เดือนเม.ย.69
ในเดือนเมษายน 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 383,982 สัญญา ลดลง 46.22% จากเดือนก่อนหน้า ที่สำคัญจากการลดลงของ SET50 Index Futures และ Single Stock Futures ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 561,575 สัญญา เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน







