thansettakij
thansettakij
เปิดพอร์ตรัฐบาลสหรัฐฯ ถือหุ้นเอกชน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ รุกแร่-ชิป-พลังงาน

เปิดพอร์ตรัฐบาลสหรัฐฯ ถือหุ้นเอกชน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ รุกแร่-ชิป-พลังงาน

25 เม.ย. 69 | 02:15 น.
อัปเดตล่าสุด :25 เม.ย. 69 | 02:17 น.

รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้าถือหุ้นเอกชนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ วงเงินกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ผ่าน 16 ดีล ตั้งแต่ต้นปี 2025 ขยายบทบาทจากการอุดหนุนสู่การลงทุนโดยตรงในภาคแร่ธาตุ เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงาน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลสหรัฐฯ ทุ่มงบลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าถือหุ้นโดยตรงในบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์
  • การลงทุนมุ่งเน้นในกลุ่มแร่ธาตุสำคัญ เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงาน เพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและลดการพึ่งพาจีน
  • กระทรวงกลาโหมและกระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักในการทำข้อตกลง โดยมีดีลสำคัญคือการลงทุนในบริษัทผู้ผลิตชิปอย่าง Intel

วันที่ 25 เมษายน 2569 “เปิดพอร์ตรัฐบาลสหรัฐฯ ถือหุ้นเอกชนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์” ข้อมูลจาก Council on Foreign Relations ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ภาครัฐได้ลงทุนรวมกว่า 20.9 พันล้านดอลลาร์ ผ่านข้อตกลง 16 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถือหุ้นโดยตรง (equity stakes) สะท้อนการขยายบทบาทจากเดิมที่เน้นเงินอุดหนุน เงินกู้ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี ไปสู่การเป็นผู้ลงทุนในภาคเอกชน

แนวทาง “พอร์ตรัฐบาลสหรัฐฯ ลงทุนหุ้นโดยตรงเพื่อลดการพึ่งพาจีน” ปรากฏชัดในโครงสร้างดีล โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ท่ามกลางความท้าทายด้านการควบคุมการส่งออกจาก จีน

ในเชิงหน่วยงาน กระทรวงกลาโหมมีบทบาทนำในการทำข้อตกลงมากที่สุดจำนวน 7 ดีล ขณะที่กระทรวงพาณิชย์มีส่วนร่วมใน 6 ดีล รวมถึงการเข้าถือหุ้นในบริษัทผู้ผลิตชิป และบรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนา (DFC) ดำเนินการอีก 3 ธุรกรรม ครอบคลุมภาคแร่ธาตุ การดูแลสุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐาน

แร่ธาตุครองสัดส่วนสูงสุด 9 ดีล ตามด้วยชิป-พลังงาน

เมื่อพิจารณาเชิงอุตสาหกรรม กลุ่มแร่ธาตุสำคัญมีสัดส่วนมากที่สุด โดยคิดเป็น 9 จาก 16 ข้อตกลง รองลงมาคือเซมิคอนดักเตอร์ และภาคกลาโหมกับพลังงาน ซึ่งรวมถึงการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สำหรับธุรกรรมที่มีนัยสำคัญ รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าลงทุนใน Intel มูลค่า 8.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อถือหุ้น 9.9% ในธุรกิจโรงงานผลิตชิป (foundry)

ขณะเดียวกันยังมีข้อตกลงมูลค่า 2.2 พันล้านดอลลาร์กับ Korea Zinc เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานแร่สังกะสี ในอุตสาหกรรมแร่หายาก MP Materials ได้รับการสนับสนุนผ่านข้อตกลงซื้อผลิตภัณฑ์ (offtake agreement) โดยกระทรวงกลาโหมจะรับซื้อแม่เหล็กทั้งหมดของบริษัทเป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอุปทานในระยะยาว

รัฐบาลยังใช้เครื่องมือที่มีลักษณะพิเศษ เช่น “หุ้นทองคำ” (golden share) ในดีลระหว่าง U.S. Steel และ Nippon Steel ซึ่งเปิดทางให้รัฐมีอำนาจยับยั้งการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของบริษัท รวมถึงเงื่อนไขในกรณีของ Westinghouse ที่ให้สิทธิภาครัฐในการบังคับให้บริษัททำ IPO เมื่อมูลค่าถึงเกณฑ์ และสามารถเข้าซื้อหุ้นในราคาส่วนลด

ใช้ warrants เพิ่มความยืดหยุ่นการลงทุน

ในด้านเครื่องมือทางการเงิน รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ warrants หรือใบสำคัญแสดงสิทธิ เพื่อเปิดทางให้เข้าซื้อหุ้นในอนาคตในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น ในข้อตกลงกับ Trilogy Metals และ Westinghouse สะท้อนการออกแบบโครงสร้างการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือการดึงทุนจากภาคเอกชน โดยรัฐบาลสามารถระดมเงินเพิ่มเติมได้ราว 4.75 พันล้านดอลลาร์ จากพันธมิตรทางการเงิน เช่น Goldman Sachs และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติอย่าง ADQ ซึ่งเข้ามาร่วมลงทุนในบางโครงการ