
MTL ขึ้นแท่นประกันชีวิตไทยรายแรก ร่วม UNEP FI PSI ดัน ESG ฝังทุกมิติธุรกิจ
เมืองไทยประกันชีวิตสร้างประวัติศาสตร์ บริษัทประกันชีวิตไทยรายแรกลงนาม UNEP FI PSI ยกระดับธุรกิจตามมาตรฐาน ESG โลก ตั้งเป้า Net Zero ปี 2573 ขยายพอร์ตลงทุน ESG 16,000 ล้านบาทภายในปี 2571
KEY
POINTS
- เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) เป็นบริษัทประกันชีวิตไทยรายแรกที่เข้าร่วมและลงนามในหลักการประกันภัยที่ยั่งยืน (UNEP FI PSI) ของสหประชาชาติ
- บริษัทมุ่งนำหลักการ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) มาเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการลงทุน
- ประกาศเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2573 และขยายพอร์ตการลงทุน ESG ให้มีมูลค่า 16,000 ล้านบาทภายในปี 2571
เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) สร้างหมุดหมายใหม่ให้ธุรกิจประกันชีวิตไทย หลังเป็นบริษัทประกันชีวิตไทยรายแรกที่เข้าร่วมและลงนามในหลักการประกันภัยที่ยั่งยืน (UNEP FI PSI) ของสหประชาชาติ เดินหน้ายกระดับ ESG เป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ พร้อมประกาศเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2573 และขยายพอร์ตลงทุน ESG แตะ 16,000 ล้านบาทภายในปี 2571 ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย
สร้างประวัติศาสตร์ ประกันชีวิตไทยรายแรกลงนาม UNEP FI PSI
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย หลังประกาศเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกและร่วมลงนามใน หลักการเพื่อการประกันภัยที่ยั่งยืน (Principles for Sustainable Insurance: PSI) ภายใต้ความคิดริเริ่มด้านการเงินของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP Finance Initiative: UNEP FI) นับเป็นบริษัทประกันชีวิตไทยรายแรกที่เข้าร่วมกรอบความร่วมมือระดับโลกดังกล่าว
การเข้าร่วมครั้งนี้สะท้อนการยกระดับแนวทางดำเนินธุรกิจของเมืองไทยประกันชีวิต โดยนำหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารองค์กร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริหารความเสี่ยง เพื่อรองรับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโครงสร้างประชากรในอนาคต
ชู 4 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน ESG สู่ทุกมิติธุรกิจ
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การร่วมลงนามใน UNEP FI PSI ถือเป็นก้าวสำคัญของทั้งบริษัทและอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย ในฐานะธุรกิจที่ทำหน้าที่บริหารความเสี่ยงและสร้างหลักประกันให้กับประชาชน บริษัทพร้อมบูรณาการหลักการสากลเข้าสู่ทุกกระบวนการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว
โดยบริษัทกำหนดแนวทางขับเคลื่อนตามกรอบ UNEP FI PSI 4 ด้าน ประกอบด้วย
- ผสาน ESG สู่การตัดสินใจทางธุรกิจ ทั้งการบริหารความเสี่ยง การรับประกันภัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับความเสี่ยงจาก Climate Change และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคม
- สร้างความร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตร ผ่าน Health Ecosystem เพื่อผลักดันการเข้าถึงประกันภัยอย่างเท่าเทียม (Democratize Insurance) และส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
- ร่วมขับเคลื่อนนโยบายกับภาครัฐ โดยประสานความร่วมมือกับสำนักงาน คปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศไทย
- เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถติดตามผลการดำเนินงานด้าน ESG ได้อย่างต่อเนื่อง
ต่อยอดความสำเร็จ หลังเป็นรายแรกลงนาม UN PRI
การเข้าร่วม UNEP FI PSI ถือเป็นอีกก้าวของเมืองไทยประกันชีวิตในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของประเทศไทยที่ร่วมลงนามใน UN Principles for Responsible Investment (UN PRI) ซึ่งเป็นหลักการลงทุนอย่างรับผิดชอบระดับสากล
การเดินหน้าตามมาตรฐานสากลทั้งด้านการลงทุนและการประกันภัย สะท้อนทิศทางของบริษัทที่ต้องการยกระดับการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนทั่วโลก
ประกาศเป้า Net Zero ปี 2573-ลงทุน ESG 1.6 หมื่นล้าน
นอกจากการเข้าร่วม UNEP FI PSI แล้ว เมืองไทยประกันชีวิตยังเดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในการดำเนินงานขององค์กร (Scope 1 และ Scope 2) ภายในปี 2573
พร้อมกันนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับหลัก ESG ให้มีมูลค่า 16,000 ล้านบาทภายในปี 2571 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคม
นายสาระกล่าวว่า การดำเนินธุรกิจประกันชีวิตในอนาคตจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืนควบคู่กับการสร้างผลตอบแทน เพราะการบริหารความเสี่ยงในยุคใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเสี่ยงทางการเงิน แต่ยังครอบคลุมถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนและความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในระยะยาว
ESG กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจประกัน
การที่เมืองไทยประกันชีวิตเข้าร่วม UNEP FI PSI ไม่เพียงสะท้อนความพร้อมในการยกระดับมาตรฐานองค์กรสู่เวทีโลก แต่ยังเป็นสัญญาณว่าธุรกิจประกันภัยไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การดำเนินธุรกิจต้องผสาน ESG เข้ากับทุกกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การบริหารความเสี่ยง การลงทุน ไปจนถึงการสร้างคุณค่าร่วมกับลูกค้าและสังคม
ท่ามกลางความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น การขับเคลื่อนธุรกิจตามมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจประกันภัยในระยะยาว







