
หุ้นไทยเปิดซื้อขายภาคเช้าบวกต่อ 10.15 จุด ยืน 1,440.56 พบ KBANK-GULF วิ่งนำ
SET เช้าบวกต่อ แตะ 1,440 จุด แรงหนุนหลักจาก KBANK–GULF ขยับขึ้นเด่น มูลค่าซื้อขายกระจุกหุ้นบิ๊กแคป ตลาดตอบรับข่าว GULF เข้าถือหุ้น KBANK ทะลุเกณฑ์รายงาน ก.ล.ต. แต่ยังไม่เข้าข่ายต้องขออนุญาต ธปท.
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าเปิดบวก 10.15 จุด ดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,440.56 จุด
- หุ้น KBANK และ GULF ปรับตัวขึ้นโดดเด่นและมีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดเป็นสองอันดับแรก
- การปรับขึ้นของหุ้นทั้งสองเป็นผลมาจากข่าวที่ GULF เข้าซื้อหุ้น KBANK จนมีสัดส่วนการถือครองสิทธิออกเสียงข้าม 10%
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) วันนี้ (16 ก.พ.69) เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 10.26 น. อยู่ที่ระดับ 1,440.56 จุด เพิ่มขึ้น 10.15 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.71% การแกว่งตัวของดัชนีชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,447.68-1,439.38 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 15,057.34 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- KBANK ราคา 198.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.53% มูลค่าซื้อขาย 1,685.86 ล้านบาท
- GULF ราคา 60.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 2.11% มูลค่าซื้อขาย 1,067.41 ล้านบาท
- TRUE ราคา 13.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 0.75% มูลค่าซื้อขาย 978.30 ล้านบาท
- DELTA ราคา 221.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 2.31% มูลค่าซื้อขาย 826.77 ล้านบาท
- BBL ราคา 164.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.31% มูลค่าซื้อขาย 821.88 ล้านบาท
โดยราคาหุ้น KBANK และ GULF ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้ หลักๆ เป็นผลมาจากกระแสข่าวที่ GULF ได้ซื้อหุ้น KBANK โดยได้หุ้นมาเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของ GULF ถึงหรือข้าม 10% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ KBANK
ซึ่งจากการชี้แจงของ GULF ล่าสุด ระบุว่า บริษัทได้ยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ หรือ แบบ 246-2 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2569 เกี่ยวกับการได้มาซื้อหุ้น KBANK โดยได้หุ้นมาเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569
การยื่นรายงานดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 28/2554 เรื่อง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม)
โดยการคำนวณสัดส่วนสิทธิออกเสียงดังกล่าว ได้คำนวณจากจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของธนาคารภายหลังหักสิทธิออกเสียงของหุ้นที่ธนาคารซื้อคืน (Treasury Stock) ที่ยังคงค้าง ณ สิ้นเดือนม.ค. 2569
การได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวยังไม่เป็นผลให้บริษัทฯ ถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินเกินกว่า 10% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของสถาบันการเงิน ซึ่งคำนวณโดยไม่หักจำนวนหุ้นซื้อคืน
ยังคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 41/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินหรือบริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินเกินกว่า 10% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ดังนั้น การได้มาซึ่งหุ้นในครั้งนี้จึงยังไม่เข้าข่ายเป็นกรณีที่ต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว






