KEY
POINTS
เหตุการณ์ฐานรองเครนลอนเชอร์ถล่มทับรถไฟในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่สีคิ้ว ยังไม่ทันจางหาย (14 ม.ค.69) ล่าสุดเกิดเหตุการณ์เครนลอนเชอร์ถล่มในการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 ช่วงก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (15 ม.ค.69) ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า สาเหตุที่เครนลอนเชอร์พระราม 2 ถล่ม ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุดังนี้
1. เครนลอนเชอร์ (Launching crane) ถล่มแบบหักตรงกลาง เป็นรูปคล้ายตัววี (V-shaped) แสดงให้เห็นว่า โครงเหล็กลอนเชอร์ไม่สามารถรับน้ำหนักได้
2. ขณะที่เกิดการพังถล่ม มีชิ้นส่วนเซ็กเมนต์คอนกรีตห้อยแขวนอยู่หลายชิ้น และร่วงลงมาทับรถยนต์สองคัน แสดงว่าการถล่มเกิดขึ้นอยู่ในระหว่างการติดตั้งชิ้นส่วน และน้ำหนักของชิ้นส่วนคอนกรีตที่ห้อยแขวนอยู่ทำให้เครนหักตรงกลาง
3. การหักตรงกลางของเครน อาจเกิดขึ้นที่ชิ้นส่วนของเครนเอง หรือเกิดขึ้นที่จุดต่อระหว่างชิ้นส่วนที่นำมาต่อกัน ปกติแล้วเครนลอนเชอร์ที่มีความยาว จะมีรอยต่อระหว่างส่วนต่างๆของเครนที่ยึดกันด้วยหมุดยึด (Pin หรือ Bolt) จึงต้องไปตรวจสอบในพื้นที่ว่า จุดที่เครนหักตรงกลางตรงกับจุดต่อหรือไม่ และมีความบกพร่องในเรื่องการประกอบติดตั้งเครนหรือไม่
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ เผยต่อว่า มีความแตกต่างกันระหว่างการถล่มของเครนลอนเชอร์พระราม 2 กับกรณีสีคิ้ว เนื่องจากกรณีพระราม 2 ที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นการหักที่ตัวเครนเอง ในขณะที่มีชิ้นส่วนเซ็กเมนต์ห้อยแขวนอยู่ แต่ในกรณีของเครนสีคิ้วนั้น เป็นการพังถล่มของชิ้นส่วนที่เป็นฐานรองรับเครน โดยที่ตัวเครนไม่ได้หักลงมา และการเป็นถล่มในระหว่างที่กำลังเคลื่อนย้ายเครนลอนเชอร์ไปยังช่วงถัดไป
ทั้งสองกรณีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านมาตรฐานด้านความปลอดภัยของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ รัฐบาลจึงควรหยุดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ใกล้พื้นที่สาธารณะไว้ก่อน และกลับมาทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด รวมตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระในการสอบสวนสาเหตุ และบังคับใช้กฎหมายลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดต่อไป รวมทั้งในอนาคตข้างหน้าจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ
พบ ITD ผู้รับเหมาก่อสร้าง ทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 พระราม2ถล่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ม.ค.) เมื่อเวลา 09.15 น. เกิดเหตุคานปูน (Segment) และเครน (Launching Gantry Crane) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้างทางยกระดับ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ถล่มลงมา ทับรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการสัญจรบนถนนพระราม 2 ช่วงขาออกหน้าโรงแรมปารีส พื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร
เบื้องต้นมีรถยนต์ 2 คันถูกทับ พบผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 2 ราย
โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุ
ทั้งนี้ เหตุการณ์เช้านี้ตรวจสอบพบว่าเกิดเหตุอยู่ในช่วงงานก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว (ยกระดับพระราม 2) ระยะที่ 2 ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว สัญญาตอน 7 ทางหลวงหมายเลข 35 กม.29+772 – 31+207 ระยะทาง 1.435 กิโลเมตร ค่างานก่อสร้าง 1,868,300,000 บาท โดยมี บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวลีอปเมนต์ เป็นคู่สัญญางานโยธา
ดร.เอ้ เปิดสาเหตุ หลัก เครนถล่มซ้ำซาก (พระราม 2, ลาดกระบัง, สีคิ้ว)
ดร.เอ้ (ศ.สุชัชวีร์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์) แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ สะท้อน สาเหตุหลัก เครนถล่มซ้ำซาก (พระราม 2, ลาดกระบัง, สีคิ้ว) เกิดจาก คนประมาทไม่กลัวติดคุก และ ขาดกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะที่เข้มแข็ง ทำให้ขาดกลไกตรวจสอบอิสระและเอาผิดจริงจัง โดยเขาย้ำว่าถึงเวลาต้องมีหน่วยงานกลางอิสระตรวจสอบ หาหลักฐานเพื่อฟ้องร้องผู้รับผิดชอบอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ.
สิ่งที่ ดร.เอ้ กล่าวถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายคือ คนก่อเหตุไม่กลัวความผิด เพราะไม่เคยเห็นใครติดคุกหรือถูกปรับจริงจัง มีการ "เกาหลังกันเอง" การขาดหน่วยงานกลาง ไม่มีหน่วยงานอิสระที่มีอำนาจตรวจสอบและเอาผิดโดยตรงเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว คุณภาพของอุปกรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงคุณภาพของเครนที่ใช้ว่าอาจเสื่อมสภาพหรือไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้น แต่ขาดการตรวจสอบ ความอับอายของประเทศ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำซากเป็นความอับอายของประเทศ และควรมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน
ข้อเสนอแนะของ ดร.เอ้ ควรออกกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะใหม่ และตั้งองค์กรอิสระกลางเป็นเจ้าภาพตรวจสอบ หาหลักฐาน และฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญา