KEY
POINTS
จบปี 2568 ตลาดหุ้นไทยมีวันทำการทั้งสิ้น 242 วัน มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 9,799,438.32 ล้านบาท หรือเฉลี่ยที่ประมาณ 40,493.55 ล้านบาทต่อวัน โดยมูลค่าซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 74,536.25 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 ก.พ. และต่ำสุดที่ 15,638.05 ล้านบาท เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่ผ่านมา
โดยดัชนี SET Index ปิดตลาด ณ วันที่ 30 ธ.ค. 2568 ที่ระดับ 1,259.67 จุด ลดลง -138.26 จุด หรือเปลี่ยนแปลง -9.89% จากเปิดตลาดซื้อขายวันที่ 2 ม.ค. ซึ่งเป็นวันแรกของปี 2568 ที่ระดับ 1,397.93 จุด ในช่วงระหว่างปีดัชนีดีดตัวขึ้นแตะจุดสูงสุดที่ระดับ 1,390.88 จุด และย่อตัวลงทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,062.78 จุด
ในแง่ของโครงสร้างหุ้นขนาดใหญ่ของตลาดหุ้นไทยในปี 2568 มีการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านขนาดมูลค่าตลาดและองค์ประกอบของ Top 10 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (2567) โดยยังคงมีหุ้นกลุ่มพลังงาน สื่อสาร และธนาคารเป็นแกนหลัก แต่บางตัวมีการขยายตัวชัดเจน ขณะที่บางตัวมูลค่าตลาดหดตัวลง
DELTA หรือ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยังคงเป็นหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดของตลาด โดยในปี 2568 มีมาร์เก็ตแคป 2.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ 1.90 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 255,713 ล้านบาท คิดเป็น 13.44% ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ลดลง และยังคงเป็นหุ้นใหญ่ร้อนแรงที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี SET Index
ขณะที่ ADVANC หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เพิ่มจาก 8.54 แสนล้านบาท เป็น 9.31 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 77,329 ล้านบาท หรือ 9.06% ส่วน PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 9.07 แสนล้านบาท เป็น 9.14 แสนล้านบาท เพิ่ม 7,171 ล้านบาท หรือ 0.79%
ในฝั่งที่มูลค่าตลาดปรับลดลง AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ปรับตัวลดลงจาก 8.50 แสนล้านบาท เหลือ 7.57 แสนล้านบาท หายไป 92,857 ล้านบาท หรือ -10.93%
ขณะที่ GULF หรือ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลดจาก 6.98 แสนล้านบาท เหลือ 6.24 แสนล้านบาท ลดลง 74,384 ล้านบาท หรือ -10.66% และ PTTEP หรือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ลดจาก 4.72 แสนล้านบาท เหลือ 4.49 แสนล้านบาท ลดลง 23,820 ล้านบาท หรือ -5.04%
กลุ่มธนาคารมีการเปลี่ยนแปลงเด่น โดย SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าตลาดเพิ่มจาก 395,635 ล้านบาท เป็น 468,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72,393 ล้านบาท หรือ 18.30%
สำหรับ KBANK หรือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ขยับขึ้นมาติดอันดับ Top 10 ในปี 2568 ด้วยมูลค่าตลาด 460,834 ล้านบาท และ 394,824 ล้านบาท ตามลำดับ แทนที่ BDMS และ TRUE ที่เคยติดอันดับในปี 2567
ด้านค้าปลีก CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นที่มูลค่าตลาดลดลงมากที่สุดในกลุ่ม โดยลดจาก 500,808 ล้านบาท ในปี 2567 เหลือ 390,765 ล้านบาท ในปี 2568 ลดลง 110,043 ล้านบาท หรือ -21.97%
หุ้นบิ๊กแคปปี 68
ภาพรวมของ Top 10 หุ้นบิ๊กแคปในปี 2568 สะท้อนการปรับเปลี่ยนน้ำหนักของหุ้นขนาดใหญ่ในตลาด โดยบางกลุ่มอย่างธนาคารและเทคโนโลยีมีบทบาทเพิ่มขึ้น ขณะที่บางหุ้นในกลุ่มพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และค้าปลีกมีมูลค่าตลาดลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งหมดเป็นการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลมูลค่าตลาดที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละปี