SET เปลี่ยนเกม รับหุ้นแอลกอฮอล์ เสริมเสน่ห์ตลาดดึงเม็ดเงินกลับ

12 ม.ค. 2569 | 00:30 น.

ตลท.เปิดทางหุ้นเหล้า–เบียร์เข้ากระดาน ชี้ไม่ผิดกฎหมาย หวังดึงกลุ่มทุนใหญ่เพิ่มเสน่ห์ตลาดหุ้นไทย ด้านโบรกมองช่วยเพิ่มเม็ดเงิน สร้างความหลากหลาย ป้องกันบริษัทคุณภาพไหลไปจดทะเบียนต่างประเทศ

KEY

POINTS

  • ตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) มีแนวคิดเปิดรับบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนกลับสู่ตลาดหุ้นไทย
  • การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทไทยขนาดใหญ่ย้ายไประดมทุนในตลาดต่างประเทศ เหมือนกรณีของไทยเบฟเวอเรจที่ไปจดทะเบียนในสิงคโปร์
  • ผู้บริหารและนักวิเคราะห์มองว่าสังคมปัจจุบันเปิดกว้างมากขึ้น และการปลดล็อกหุ้นกลุ่มนี้สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล

จากประเด็นเรื่องการปลดล็อกธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยที่กำลังเป็นกระแส แม้ว่าจะมีการยืนยันว่า ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถยื่นขออนุญาตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้

เพราะตามเกณฑ์แล้วไม่ได้ขัดต่อกฎระเบียบ และไม่อยู่ในข้อามรับหลักทรัพย์เฉพาะธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือขัดกับนโยบายสาธารณะหรือนโยบายของรัฐ เพียงแต่ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านมาถอนการยื่นขออนุญาตออกไป หลักๆ เป็นเพราะถูกคัดค้านจาก NGO และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับศาสนา

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดกว้างแนวคิดรับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยนับว่าเป็นเรื่องที่ดี

เนื่องจากรัฐบาลต้องการสร้างให้ประเทศไทยเป็นเมืองของการท่องเที่ยว ซึ่งคงหลีกเลี่ยงเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้อยู่แล้ว มองว่าโลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากแล้ว คนเปิดกว้างยอมรับเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้มากแล้ว

"มองว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยสำคัญของการท่องเที่ยว เชื่อว่าการปลดล็อกในปัจจุบันจะไม่เจอแรงต้านเหมือนเช่นในอดีต เพียงแค่การตีความว่าธุรกิจต้องไม่ขัดต่อศิลธรรมอันดี ในที่นี้อาจจะตัความได้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเครื่องดื่มที่จัดอยู่ในประเภทอุปโภค-บริโภค ได้หรือไม่"

เชื่อว่าหากมีธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องการที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยเวลานี้ จะไม่โดนการต่อต้านอย่างหนักเหมือนในอดีต ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยเราเสียผลิตภัณฑ์หุ้นที่ดีไปไม่น้อย เหมือนเสียโอกาส

เทียมวัดได้จากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยเบฟฯ ระดมทุนผ่านตลาดหุ้นสิงคโปร์ และผลงานที่ผ่านมาก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ไทยเบฟฯ สามารถเอาไปลงทุนต่อยอดทั้งธุรกิจเครื่องดื่ม และอสังหาฯ

ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพและการเติบโตให้กับธุรกิจและผลการดำเนินงานได้ โดยที่ตลาดหุ้นไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เม็ดเงินไม่ได้หมุนเวียนเข้ามาในตลาดหุ้นไทยเลย ทั้งๆ ที่เป็นบริษัทไทยเองแท้ๆ ซึ่งน่าเสียดายโอกาส ดังนั้นจึงอยากให้มองตลาดตามความเป็นจริง

"ตลาดหุ้นไทยจำเป็นต้องมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น เชื่อว่าจะช่วยดึงดูดความสนใจจากนักลงทุน การขยายเขตให้กับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะช่วยเพิ่มขนาดเม็ดเงินให้หุ้นไทย ซึ่งเป็นผลดี เชื่อว่าเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับและเข้าใจได้"

ศาสตราจารย์พิเศษ กิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยกับบลูมเบิร์กก่อนหน้านี้ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะเปิดทางให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียน ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามที่มีมายาวนานในประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อเร่งฟื้นฟูยอดขายหุ้นในตลาดทุนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก 

"เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสูญเสียบริษัทเหล่านี้ไปให้กับตลาดหุ้นต่างประเทศมองว่าการอนุญาตให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดทุนภายในประเทศ และเชื่อว่าสภาพแวดล้อมทางสังคมน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว"

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่หลายราย แต่กลับไม่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จดทะเบียนในตลาดหุ้นเลย นับตั้งแต่เมื่อปี 48 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เคยพยายามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) แต่หลังจากการประท้วงของนักเคลื่อนไหวและบรรดาพระสงฆ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของไทย ต้องไปจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แทน