
อัยการสั่งลุย!ออกหมายจับ 3 ผู้ต้องหาตระกูลดัง คดีหุ้น MORE เบี้ยวนัดศาล
อัยการสั่งลุย! ขออนุมัติหมายจับ 3 ผู้ต้องหาตระกูลดัง “เอกภัทร-อธิภัทร-อรพินธุ์ พรประภา” คดีหุ้น MORE หลังเบี้ยวนัดฟังคำสั่งฟ้องเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา, ขณะที่ศาลสั่งคืนทรัพย์เยียวยา 10 โบรกเกอร์รวมกว่า 4,500 ล้านบาท พร้อมยกระดับมาตรการคุมเข้มตลาดทุนเตรียมเปิดใช้แพลตฟอร์ม SDEP ป้องกันซ้ำรอยอาชญากรรมเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
KEY
POINTS
- อัยการสั่งให้ DSI ขอศาลออกหมายจับ 3 ผู้ต้องหาจากตระกูลพรประภาในคดีปั่นหุ้น MORE
- ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้แก่ นายเอกภัทร, นายอธิภัทร และนางอรพินธุ์ พรประภา ไม่มาพบอัยการตามนัดเพื่อฟังคำสั่งฟ้อง
- คดีหุ้น MORE เป็นคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท โดยมีผู้ต้องหาทั้งหมด 42 ราย
คดีการสร้างราคาหุ้นของ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ล่าสุดงอัยการคดีพิเศษให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายจับ ผู้ต้องหา 3 รายในตระกูลดัง ได้แก่ นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และนางอรพินธุ์ พรประภา เนื่องจากบุคคลทั้งสามไม่เดินทางมาพบพนักงานอัยการคดีพิเศษตามนัดหมายเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 เพื่อฟังคำสั่งฟ้องต่อศาลตามขั้นตอนต่อไป
เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) แถลงความคืบหน้าในการดำเนินคดีเกี่ยวกับหุ้น บริษัท มอร์รีเทิร์น จำกัด(มหาชน) หรือ MORE แบ่งออกเป็น 3 สำนวน ได้แก่
- คดีฉ้อโกง ศาลได้มีคำสั่งคืนหรือชดใช้ทรัพย์สินให้บริษัทหลักทรัพย์ผู้เสียหายจำนวน 10 ราย รวมมูลค่ากว่า 4.5 พันล้านบาท
- คดีอั้งยี่ การคืนเงิน 129 ล้านบาทให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ 10 รายเช่นกัน
- คดีปั่นหุ้น เป็นมาตรการทางแพ่งที่มีมูลค่าความเสียหายราว 226 ล้านบาท โดยการเรียกค่าปรับให้เงินตกเป็นของแผ่นดิน
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวว่า คดีหุ้น MORE เป็นพัฒนาการของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการใช้ความรู้ในกระบวนการซื้อขายหลักทรัพย์
การบูรณาการความร่วมมือหลายหน่วยงานช่วยยับยั้งความเสียหายจากการกระทำผิดซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 10 บริษัท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท
พ.ต.ต.ยุทธนาได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้กระทำผิด 42 รายถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มวางแผน 2 ราย, กลุ่มสนับสนุน 7 ราย, และกลุ่มเจ้าของบัญชี 33 ราย โดยปัจจุบันอัยการสูงสุดได้สั่งฟ้อง 42 รายและอยู่ระหว่างส่งตัวผู้ต้องหาฟ้องต่อศาล
คดีหุ้น MORE ที่อัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องมีทั้งหมด 42 ราย ประกอบด้วย
- นายอภิมุข บำรุงวงศ์
- นายเอกภัทร พรประภา
- นายอธิภัทร พรประภา
- นางอรพินธุ์ พรประภา
- นายอิทธิวรรธน์ วรรณะเอี่ยมพิกุล
- บริษัท ตงฮั้วแคปปิตอล จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ
- บริษัท ตงฮั้ว มีเดีย แล็บ จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ
- นายสมนึก กยาวัฒนกิจ
- นายโสภณ วราพร
- นายวสันต์ จาวลา
- นายชูโบดีบ พลาชันต้า ดัส (MR.SHUBHODEEP PRASANTA DAS)
- นายประยูร อัสสกาญจน์
- นส.จิระวรรณ ไชยพงศ์ผาติ หรือ นางสาวนิชานันท์ จีรไชยวรโชติ
- นส.สุร์ศิริ ปรีดาสุทธิจิตต์
- นส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
- นส.อัยลดา ชินวัฒน์
- นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ
- นายมั่นคง เสถียรถิระกุล
- นส.อรเก้า ไกยสิทธิ์
- นายเกรียงศักดิ์ วงศ์โอสถพานิช หรือ นายฐนวัฒน์ รุ่งสิริประเสริฐ
- นส.สิริรัตน์ สมณาศรี
- นายธีรพงศ์ ด่านวณิชวงศ์
- นายวิศรุต เจียมจิตพลชัย
- นายปรณัฐ นุชาชาติพงศ์
- นายภูดิท สุจริตกุล
- นายวัชรินทร์ ยังให้ผล
- นายธนยุทธ ฤกษ์รักษา
- นายธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง
- นายภัทร ฉัตรเจริญสุข
- นายชยพล พันธุ์แพ
- นายพิเชษฐ์ ผลสุวรรณชัย
- นางศศินภา วราพร
- นายกิตติพล ไววิ่งรบ
- นายไพศาล เกษมศิรินาวิน
- นายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล
- นายปฏิณวิช รอดบางยาง
- นายปรีชา วสุโสภณ
- นายปนิษฐ์ ศุภธาดารัตน์
- นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ
- นายวรวุฒิ ศรีโสภิต
- นายพรเดช อุยะนันทน์
- นางสาวปารณีย์ ชวาลา
พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 ได้ยื่นฟ้อง 28 ผู้ต้องหาคดีหุ้นมอร์ ตามคำสั่งของอัยการสูงสุดในข้อหาฉ้อโกง การสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงการปั่นราคาหุ้นทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด โดยใช้กฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 244/3 และ 244/5
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 28 รายให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว จึงถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่บางรายได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568
ในส่วนของผู้ต้องหาที่เหลือ 14 ราย ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้ง ขอต่ออัยการสูงสุด โดยบางรายได้รับคำสั่งฟ้องและนำตัวไปฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว
ขณะที่บางรายยังไม่ได้รับการจับกุม และยังเหลืออีก 7 รายที่ได้รับการอนุญาตให้เลื่อนการรับทราบคำสั่งจากอัยการ โดยมีการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 5 ม.ค. และ 16 ก.พ. 2569
ชุดแรกนัดใหม่วันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา ประกอบด้วยผู้ต้องหา 3 ราย คือ
- นายเอกภัทร พรประภา
- นายอธิภัทร พรประภา
- นางอรพินธุ์ พรประภา
มีรายงานว่า เมื่อถึงเวลานัดและครบเวลาทำการ(5 ม.ค. 2568) ผู้ต้องหาทั้ง 3 ไม่มาพบพนักงานอัยการ ทางอัยการคดีพิเศษจึงให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายจับต่อไป
ในส่วนผู้ต้องหา 4 ราย ที่เหลือ ซึ่งประกอบด้วย
- นายสมนึก กยาวัฒนกิจ
- นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร
- นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ
- นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ
ก่อนหน้านี้มีการยื่นขอเลื่อนนัดฟังคำสั่ง โดยทางผู้บริหารสำนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาคำร้องเหตุผลความจำเป็นแล้วอนุญาตให้นัดฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 16 ก.พ.2569
นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวถึงการคุ้มครองนักลงทุนรายย่อยว่า การพิสูจน์ความเสียหายในคดีปั่นหุ้นเป็นเรื่องยาก ศาลจึงได้พิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินและจะชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายหลังจากการตัดสินในวันที่ 18 ก.ค. 2568 หากไม่มีการอุทธรณ์
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวเสริมว่า คดีหุ้น MORE เป็นบทเรียนสำคัญในการพัฒนามาตรการในการกำกับดูแลตลาดทุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ตลท.ยังร่วมกับ ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาเทคโนโลยีและกฎเกณฑ์ในการติดตามและป้องกันการกระทำผิด
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) กล่าวเพิ่มเติมว่า ASCO ได้นำเสนอมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำในอนาคต เช่น การจัดตั้ง Securities Data Exchange Platform (SDEP) ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ก.พ. 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบริษัทหลักทรัพย์






