
กูรูชี้กำไรกลุ่มแบงก์ไตรมาส 3/68 ทรงตัว ชู KTB–SCB–KBANK ปันผลเด่น
แม้เศรษฐกิจชะลอ โบรกมองกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์ไตรมาส 3/68 ยังยืนได้ จากรายได้ลงทุนและเงินสำรองลดลง พร้อมชู KTB - SCB - KBANK ปันผลเด่นสุด
KEY
POINTS
- นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรสุทธิกลุ่มธนาคารในไตรมาส 3/68 จะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยถูกกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง แต่ได้ปัจจัยหนุนจากการตั้งสำรองที่ลดลงและกำไรจากการลงทุน
- KTB ถูกมองว่าจะมีผลประกอบการโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการลงทุนในหุ้นการบินไทย (THAI)
- แม้แนวโน้มกำไรจะชะลอตัว โบรกเกอร์ยังคงแนะนำ KTB, SCB และ KBANK เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงและน่าสนใจ
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดมุมมองต่อผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์กับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ทางฝ่ายคาดกำไรสุทธิหุ้นกลุ่มแบงก์ในไตรมาส 3/2568 จะออกมาอยู่ที่ประมาณ 55,278 ล้านบาท
ทรงตัวเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน แต่ลดลงราว 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่ต่ำลง แต่บางส่วนถูกชดเชยด้วยเงินตั้งสำรองที่ลดลง และรายได้ ค่าธรรมเนียมที่ฟื้นตัวดีขึ้น
โดยธนาคารที่คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2568 โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม คือ KTB เพราะมีบันทึกกำไรเงินลงทุนในการบินไทย รองลงมา คือ KBANK สำหรับธนาคารที่กำไรชะลอ คือ BBL และ TISCO เป็นต้น
ทั้งนี้ ทางฝ่ายคงน้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารเท่ากับตลาด แม้ผลดการดำเนินงานอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย และกำไรจากเงินลงทุนที่น้อยลง แต่ภายใต้ประมาณการของทางฝ่ายยังคาดกลุ่มธนาคารยังสามารถจ่ายเงินปันผล ในระดับที่โดดเด่นได้
เนื่องจากหลายธนาคารมีการ ปรับ Div. Payout Ratio ขึ้นเพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้กับ ผู้ถือหุ้น โดยเลือก KBANK ประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ 190 บาท เป็นหุ้น Top Pick
กำไรไตรมาส 4/68 ทำโลวสุดปีนี้
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มุมมองต่อผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคารนั้น ในภาพรวมธุรกิจหลักยังไม่ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ ทำให้สินเชื่อ และ NIM ลดลง
แต่เพราะธนาคารการรับรู้กำไรจากพอร์ตลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ KTB รับรู้กำไรจาก FVTPL ที่ถือหุ้นการบินไทย (THAI) นอกจากนี้ สำรองหนี้ฯ ปรับลดลง โดยคาดกำไรสุทธิรวม 9 ธนาคารในไตรมาส 3/2568 ที่ 5.96 หมื่นล้านบาท เติบโต 3.5% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.5% จากไตรมาสก่อนหน้า
ขณะที่แนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/2568 จะเป็นระดับต่ำสุดของปี 2568 นี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิรวมในปีเพิ่มขึ้นชะลอตัวที่ 2.1% จาก +9.2% ในปี 2567 สำหรับในปี 2569 กลุ่มธนาคารยังต้องเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนจากเสถีรยภาพการเมืองจากการจัดการเลือกตั้งใหม่ในช่วงครึ่งแรกปี 2569
ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิจะปรับลดลง 1.8% ในปี 2568 สะท้อนการเติบโตที่ท้าทาย อย่างไรก็ดี Valuation ของกลุ่มธนาคารซื้อขายที่ 0.7x PBV’26E (-0.5SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี) และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงเป็นปัจจัยลดทอนผลกระทบจากราคาหุ้นผันผวนขาลง
ดังนั้น ฝ่ายวิจัยจึงยังคงน้ำหนักการลงทุนเท่ากับตลาด เลือก KTB และ SCB เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากอัตราผลตอบแทนในการลงทุนมากกว่า 10% ประกอบกับอัตราผลตอแทนเงินปันผลสูงกว่า 6% ในปี 2568 และงบดุลแข็งแกร่ง
สำหรับธนาคารขนาดเล็ก ฝ่ายวิจันชอบ KKP ที่แม้ผลตอบแทนการการลงทุนจำกัด แต่คาดผลตอบแทนเงินปันผลสูง 6.9% ในปี 2569 แนะนำซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว





