
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ผันผวนตามผลประกอบการ กรอบ 1,440-1,465 จุด
Liberator ชี้ SET Index วันนี้ 12 พ.ย.67 แกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,440-1,465 จุด ตามความผันผวนตามการรายงานผลประกอบการในช่วงโค้งสุดท้าย ปัจจัยต่างประเทศ เกาะติดรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ คืนนี้ ที่คาดขยับขึ้นเล็กน้อย วันนี้แนะนำหุ้น BBIK
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ 12 พ.ย.67 ว่า คาด SET Index วันนี้ แกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,440-1,465 จุด หลักๆ เป็นผลจากความผันผวนตามการรายงานผลประกอบการในช่วงโค้งสุดท้าย ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ เกาะติดรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ คืนนี้ ที่คาดขยับขึ้นเล็กน้อย
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวขึ้น หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งสหรัฐฯ (Post-election rally) จากความคาดหวังโอกาสที่มาตรการต่างๆ จะช่วยให้ภาพเศรษฐกิจ และแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ แข็งแกร่งมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดีสำหรับหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายตัวเริ่มชะลอลง ขณะที่หุ้นในกลุ่มค้าปลีก, ธนาคาร และวัฎจักรขยับดีขึ้น
ด้าน Dollar Index ยังคงแข็งค่า โดยล่าสุดทดสอบระดับ 105.5 จุด ท่ามกลางโอกาสที่เงินเฟ้ออาจจะกลับมาอีกครั้งในช่วงถัดไป ส่วนสำหรับเงินเฟ้อ US CPI เดือน ต.ค. ที่จะรายงานในคืนนี้ คาดขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 2.6% จากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน จากเดือน ก.ย. ที่ขยายตัวระดับ 2.4% จากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (US Core CPI) คาดยังทรงตัวที่ระดับ 3.3% จากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน
ส่วนปัจจัยในประเทศ ระยะสั้นยังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรายงานผลประกอบการในไตรมาส 3/67 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรอบนี้เห็นการตอบรับของราคาหุ้นที่ค่อนข้างผันผวนมาก ดังนั้น อาจต้องระมัดระวังในการเก็งกำไรมากยิ่งขึ้น
ด้านปัจจัยอื่นที่น่าติดตาม วันนี้จะมีการประชุม ครม. แนะรอดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ว่าจะมีอะไรออกมาบ้าง ส่วนประเด็นความคืบหน้าทางการเมืองล่าสุด ทางศาลรัฐธรรมนูญ ได้เลื่อนการรับ-ไม่รับ คำร้องประเด็นคุณทักษิณ ล้มล้างการปกครอง ออกไปเป็นวันศุกร์ที่ 22 พ.ย. จากกำหนดการเดิมในวันที่ 13 พ.ย. ซึ่งคงเป็นปัจจัยที่ต้องเกาะติดในช่วงถัดไป
ปัจจัยที่ต้องจับตา
12 พ.ย. ประชุม ครม.
13 พ.ย. ดัชนี US CPI, ดัชนี PPI ของญี่ปุ่น
14 พ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย,
ดัชนี US PPI, ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราย
สัปดาห์ US, สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ US,
ดัชนี ไตรมาส 3/67 GDP ยูโรโซน,
ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยูโรโซน
หุ้นเด่นแนะนำ
- BBIK ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 50.00 บาท รายงานกำไรไตรมาส 3/67 ที่ 88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113% จากไตรมาสก่อน และเติบโต 16% จากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน ทำจุดสูงสุดใหม่ และดีกว่าคาด 8.6% จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ด้าน Digital transformation ที่โดดเด่น ด้านอัตรากำไรขั้นต้น ขยายตัว 316bps จากไตรมาสก่อน สู่ 46.9% จาก Economies of scale หลังรายได้เร่งขึ้น คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/67 ยังคงเดินหน้าทำนิวไฮยังน่าทยอยสะสม
- WHA ยังมีมุมมองเชิงบวกจากการลงทุนในไทยปี 67 ที่มีทิศทางที่ดีขึ้น สอดคล้องกับมูลค่า FDI ปี 66 ที่เติบโตกว่า 73% จากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยนักลงทุนจีนเข้ามาสูงสุด จากอุตสาหกรรม EV ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าปีนี้ธุรกิจโลจิสติกเพิ่มอีก 2 แสน ตร.ม. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม จะขยายเพิ่มอีก 2,070 ไร่ รวมทั้งจะมีการขยายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์รวม 2.13 แสน ตร.ม.
- SGC ราคาเป้าหมาย 1.96 บาท คาดกำไรครึ่งหลังปี 67 จะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเติบโตของโครงการ SG Finance+ ซึ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อมือถือที่สามารถล็อกได้หากผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้ NPL Ratio อยู่ในระดับต่ำ ผสานกับการปลดล็อกการเพิ่มทุน จะหนุนให้ SGC ผ่อนคลายดอกเบี้ยจ่าย และมีเม็ดเงินเพิ่มเติมในการปล่อยสินเชื่อ หนุนปี 68 กำไรจะเติบโตแบบก้าวกระโดด
- BH คาดกำไรไตรมาส 3/67 ยังคงเติบโตโดดเด่น จากการเข้าสู่ช่วง High Season โดยคาดผู้ป่วยจากตะวันออกกลางยังปรับตัวขึ้นดี ส่วนประเด็นของคูเวต คาด BH มีโอกาสถูกเลือกเป็น 1 ใน 3 โรงพยาบาลในไทยที่รัฐบาลคูเวตสนับสนุน ทั้งนี้ ภาพระยะกลาง คาดได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ในภูเก็ตในช่วงปี 69
- AOT คาดกำไรในช่วง ก.ค.-ก.ย. 67 จะขยายตัวได้จากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน ตามรายได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ในฝั่งรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบินอาจลดลงเล็กน้อย จากการยกเลิกร้าน Duty Free ขาเข้าตั้งแต่ ส.ค. 67 ในระยะสั้นคาดมีปัจจัยบวกจาก Golden week หนุนนักท่องเที่ยวจีนสูงขึ้น และการเดินหน้าต่อในช่วงปลายปีคาดนักท่องเที่ยวจะเร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาล สำหรับ Upside อาจมาจากมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐฯ
- CPALL คาดแนวโน้มไตรมาส 3/67 เติบโตจากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน ตามฤดูกาล โดย SSSG ของ CPALL ในช่วงไตรมาส 3/67 คาดยังคงเติบโต 2.5% แข็งแกร่งกว่ากลุ่มค้าปลีก โดยได้แรงหนุนจากการบริโภคที่ขยายตัว ผสานกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งต่อไปยังแนวโน้มไตรมาส 4/67 ที่จะกลับมาเร่งขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อน และจากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน
- ITC คาดกำไรไตรมาส 3/67 ที่ 1,019 ล้านบาท เติบโต 58% จากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน ยังขยายตัวจากราคาวัตถุดิบที่ลดลง แม้ว่าค่าเงินบาทในช่วงไตรมาส 3/67 จะอ่อนแอกว่าคาดก็ตาม (แต่มีการล็อกค่าเงินบาทไว้แล้ว) ภาพรวมการดำเนินงานยังขยายตัวได้ต่อเนื่องตามการขยายตลาดใหม่ๆ และการส่งออกที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้







