AMATAV ปักธงรายได้ปี 67 โต 20% ตุนแบ็กล็อกแน่นกว่า 80 เฮกตาร์

24 มิ.ย. 2567 | 12:43 น.

AMATAV กางแผนปี 67 รายได้โต 15-20% จากปีก่อน มองดีมานด์ย้ายฐานผลิตต่างชาติในเวียดนามยังมีอีกมาก อวดแบ็กล็อกหนา 80 เฮกตาร์ จากที่ดินพร้อมขายทั้งหมดที่มีราว 100 เฮกตาร์

นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV เปิดเผยว่า กลยุทธ์และภาพรวมการลงทุนในปี 2567 บริษัทได้วางเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ไม่น้อยกว่า 15-20% จากปีก่อน เนื่องจากมองเห็นความต้องการเคลื่อนย้ายฐานผลิตของต่างชาติยังมีอยู่อีกมาก มองว่าประเทศเวียดนามก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ผู้ประกอบการต่างชาติสนใจที่จะเข้ามาลงทุนขยายฐานการผลิต

นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมียอดขายที่รอโอน (Backlog) ในปีนี้ประมาณ 70-80 เฮกตาร์ จากที่ดินพร้อมขายทั้งหมดราว 100 เฮกตาร์ ซึ่งขณะนี้บริษัทมี 4 นิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งในประเทศเวียดนาม ประกอบไปด้วย 1.นิคมฯ อมตะซิตี้ เบียนหัว 2.นิคมฯ อมตะซิตี้ ลองถั่น 3.นิคมฯ อมตะซิตี้ ฮาลอง และ 4.นิคมฯ กว่างจิ (Joint Venture) คิดเป็นมูลค่าลงทุนทั้งสิ้นกว่า 860 ล้านเหรียญสหรัฐ บนพื้นที่ดินที่ได้รับใบอนุญาติ 3,000 เฮกตาร์ (หรือประมาณ 18,750 ไร่)

ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทั้งหมดกว่า 200 บริษัทคิดเป็นมูลค่าลงทุน (FDI) มากกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และทำให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 60,000 คน โดยตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่กลุ่มอมตะฯได้เข้าไปลงทุนที่เวียดนาม ซึ่งเป็นพื้นที่ลงทุนเป้าหมายสำคัญของนักลงทุนต่างชาติทั่วโลก ปัจจุบันมีหลากหลายอุตสาหกรรม โดยมีการเลือกทำเลที่เหมาะสมกับแต่ละบริษัท อย่างในส่วนของกลุ่ม Consumer Product ที่มีการส่งสินค้าไปยุโรป จะเลือกลงในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้

นิคมฯ อมตะ เวียดนาม

รวมถึงอุตสาหกรรมไฮเทค มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนนิคมอุตสาหกรรมในภาคเหนือของเวียดนามนับว่ามีศักยภาพ เพราะมีความหนาแน่นของประชากร และยังมีโอกาสเติบโตได้ดี โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) สอดรับกับเป้าหมายการเติบโตของตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศเวียดนาม ที่วางไว้ไม่น้อยกว่า 6-6.5% ในปี 2567 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปีก่อนที่เติบโต 5.05% ซึ่งสะท้อนได้จากความสำเร็จของบริษัทในการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม 4 แห่งที่บริษัทไปลงทุน

โดยการพัฒนานิคมฯ อมตะซิตี้ เบียนหัว ที่เป็นนิคมแรกตั้งอยู่ที่เมืองเบียนหัว จ.ดองไน เป็นโครงการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Park) ถือเป็นต้นแบบให้กับการพัฒนานิคมฯ อื่นๆ ของทั้งประเทศเวียดนาม ส่วนนิคมฯ อมตะซิตี้ ลองถั่น พัฒนาเป็นนิคมฯ ไฮเทคในพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนในภาคใต้  

ส่วนภาคเหนือ นิคมฯอมตะซิตี้ ฮาลอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.กว่างหนิง อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Economic Zone)ที่กำลังได้รับความสนใจสูงสุดจากนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีหลายด้านจากเวียดนาม และเร็วๆนี้อมตะยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก บริษัท Marubeni Corporation ในการเข้าถือหุ้น สัดส่วน 20%  เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การตลาดและการเงิน

ด้านนิคมฯ กวางจิ (JV) ในภาคกลาง เป็นนิคมร่วมทุนกับพันธมิตรอีก 2 ราย ประกอบด้วย Singapore Industrial Park J.V Co., Ltd (VSIP) และ Sumitomo Corporation ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ