thansettakij
thansettakij
"กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ" ฟันธงราคาทองขาขึ้น ลุ้นสิ้นปีแตะ 75,000 บาท

'กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ' ฟันธงราคาทองขาขึ้น ลุ้นสิ้นปีแตะ 75,000 บาท

18 ส.ค. 69 | 09:11 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ส.ค. 69 | 09:12 น.

MTS แม่ทองสุก ชี้ ราคาพ้นจุดต่ำสุดเข้าสู่ขาขึ้น จับตาเงินเฟ้อ–ดอกเบี้ยเฟด หนุนทองโลกแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยลุ้น 75,000 บาทสิ้นปี

KEY

POINTS

  • นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ คาดการณ์ราคาทองคำเป็นทิศทางขาขึ้น โดยมีเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ระดับ 73,000-75,000 บาท
  • ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะไม่ขึ้นดอกเบี้ย, ปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ และการที่ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งสะสมทองคำ
  • ความเสี่ยงหลักที่อาจทำให้ราคาทองคำกลับเป็นขาลงมีเพียงกรณีเดียว คือการที่เฟดเปลี่ยนนโยบายกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ย

หมอทอง “กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ” มองราคาทองคำพ้นจุดต่ำสุด เดินหน้าสู่ขาขึ้น จับตาเฟด-CPI-ภูมิรัฐศาสตร์และภาระหนี้สหรัฐฯ หนุนแรงซื้อทองคำทั่วโลก คาดสิ้นปี 2569 ทองโลกแตะ 4,800-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ดันทองไทยมีลุ้นทะลุ 75,000 บาท พร้อมห่วงมาตรการ ธปท.คุมธุรกรรมทองคำ กระทบผู้ประกอบการและอุตสาหกรรม

“หมอทอง” ชี้ทองพ้นจุดต่ำสุด เข้าสู่ขาขึ้น

นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ โดยมองว่า ราคาได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ราคากลับมาเป็นขาลงได้มีเพียงกรณีเดียวคือการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปลี่ยนนโยบายกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจากการตรวจสอบผ่านเครื่องมือ FedWatch Tool พบว่าในการประชุมครั้งหน้าเฟดยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย

ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงต้องติดตามตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่จะประกาศในอีก 4 สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อยืนยันความชัดเจนของทิศทางดังกล่าว ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันแปรสูงตามสถานการณ์การเปิดหรือปิดช่องแคบในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน

 

หนี้สหรัฐฯ 40 ล้านล้านดอลลาร์ หนุนแรงซื้อทอง

ประกอบกับสภาวะหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงถึง 40 ล้านล้านดอลลาร์ และภาระพันธบัตรที่จะครบกำหนดในปีหน้าอีกประมาณ 6 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องพิมพ์เงินเพิ่มจนเกิดสภาวะเงินเฟ้อรุนแรง

ปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นให้ธนาคารกลางทั่วโลกหันมาสะสมทองคำเพิ่มขึ้นถึง 60% ในไตรมาสที่ 2 หรือคิดเป็นปริมาณ 289 ตัน เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์ (Dedollarization)

ทองผันผวนวันละ 1-2% ลุ้นสิ้นปีแตะ 75,000 บาท

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากสภาพตลาดดิจิทัลในปัจจุบันที่เม็ดเงินเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาทองคำมีความผันผวนได้ถึงวันละ 1-2% หรือประมาณ 40-80 ดอลลาร์ต่อวันเป็นเรื่องปกติ

สำหรับเป้าหมายในช่วงสิ้นปี 2569 นี้ คาดการณ์ว่าราคาทองคำโลกมีโอกาสเคลื่อนไหวในช่วง 4,800 ถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะคิดเป็นราคาทองคำไทยที่ระดับประมาณ 73,000 ถึง 75,000 บาท โดยทิศทางราคาจะเป็นลักษณะการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความผันผวนรุนแรง

MTS Gold ห่วง ธปท.คุมธุรกรรมทอง กระทบผู้ประกอบการ

สำหรับมาตรการกำกับดูแลธุรกิจทองคำของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะความพยายามควบคุมธุรกรรมเงินสดเพื่อป้องกันการเกี่ยวข้องกับเงินผิดกฎหมายหรือเงินเทานั้น นายแพทย์กฤชรัตน์มองว่าการบังคับให้เปลี่ยนจากการใช้เงินสดมาเป็นการโอนเงินทั้งหมดเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะระบบการสแกนใบหน้าของธนาคารพาณิชย์ที่ยังไม่เสถียรและสร้างความลำบากให้แก่ผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องเงินผิดกฎหมายควรเป็นหน้าที่หลักของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการตรวจสอบที่ต้นตอของปัญหา มากกว่าที่จะให้ ธปท. เข้ามาบีบคั้นที่ปลายน้ำอย่างกลุ่มธุรกิจทองคำซึ่งเป็นเพียงทางผ่านของธุรกรรม

การนำมาตรการทางภาษี เช่น ภาษีนำเข้าหรือภาษีกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain Tax) มาใช้ จะส่งผลเป็นการทำลายอุตสาหกรรมทองคำและทำให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะหนีออกจากระบบการตรวจสอบ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภาครัฐในระยะยาว

ชี้ทองไม่ใช่ต้นเหตุหลักเงินบาทผันผวน

ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ธปท. ได้พยายามเข้ามาควบคุมและกดดันอุตสาหกรรมทองคำมาโดยตลอด โดยอ้างเหตุผลว่าการค้าทองคำมีส่วนทำให้ค่าเงินบาทมีความผันผวนเกินปัจจัยพื้นฐาน แต่เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงจะพบว่า แม้จะมีมาตรการควบคุมทองคำอย่างต่อเนื่อง แต่ค่าเงินบาทยังคงมีความผันผวนสูงในระดับ 30-40 สตางค์ต่อวันเช่นเดิม

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจทองคำไม่ใช่สาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบต่อความเสถียรของค่าเงิน และแนวทางที่ ธปท. กำลังดำเนินการอยู่นั้นอาจเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด