
หุ้นไทยวันนี้ "สัญญาณลบ" กังวลเศรษฐกิจฟื้นช้า - งบบจ.ชะลอตัว
3 โบรก มองหุ้นไทยวันนี้ ( 24 ม.ค.67) สัญญาณลบต่อ "เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า -กำไรบจ.ชะลอตัว" กดดันดัชนีคาดแกว่งกรอบ 1,345-1,365 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย หรือ KS มองแนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศ: คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,350-1,365 จุด ปัจจัยกดดันหลักมาจากรายงานของโฆษกรัฐบาลที่เปิดเผยว่าตัวเลข GDP ปี 2566 จะขยายตัวเพียง 1.8% ต่ำกว่าคาดการณ์ของBB Consensus ที่ 2.5% และ ธปท. 2.4% ตามสำดับ และการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ไทยยังคงอยู่ในขาชะลอตัว หลังกลุ่มธนาคารพาณิชย์รายงานกำไรสุทธิต่ำกว่าคาด 7% ตามมาด้วย SCGD และ SCGP ต่างรายงานกำไรต่ำกว่าคาด 15% และ 16% ตามสำดับ เป็น sentiment ลบต่อเนื่องต่อทิศทางกำไร บจ. (BB Consensus คาด 96 บาท) จากตัวเลข EPS ที่มีแนวโน้มถูกปรับลดลงต่อ
ทำให้ตัวเลขเป้า SET Index target ของทาง KS ที่ 1,470 จุด (-0.5 SD ของ EYG) อิง EPS 97 บาท และ Thai 10y yield 2.70% เปิด downsides เพิ่มอีก จากการประเมินด้วยวิธี Sensitivity Analysis พบว่า EPS ที่ปรับลดลงทุกๆ 1 บาท จะกระทบเป้า SET Index ลดลง 16 จุด และกรณีที่ Bond yield เปลี่ยนไปทุกๆ 10bps จะมีผลต่อเป้า SET Index 25 จุด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ Selective Buy ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือมีกำไรไตรมาส 4/66แข็งแกร่ง
ด้าน บล.ลิเบอเรเตอร์ จำกัด คาด SET วันนี้ “Sideways” ในกรอบ 1345-1365 จุด เกาะติดการรายงาน PMI ทั้งสหรัฐฯ และยูโรโซน ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังติดตามสถานการณ์กระแสเงินทุนไหลออก และการรายงานงบบริษัทจดทะเบียน โดยกลยุทธ์ยังคงเน้นหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไร Q4/66 ขยายตัวโดดเด่น
ปัจจัยในประเทศ พบว่า SET ยังค่อนข้างอ่อนแอ โดยวานนี้ย่อทำจุดต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยพบว่ากระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลออกต่อเ นื่อง สอดคล้องกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าสู่ระดั บ 35.6 บาทต่อดอลล่าร์ ผสานกับความเชื่อมั่นในการลงทุนที่ ยังคงหดตัว ดังนั้นยังต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนและติดตามการรายงานกำไรของบริษัทจดทะเบียนเป็นสาคัญ
ส่วนปัจจัยต่างประเทศ วันนี้ติดตามการรายงานตัวเลข PMI ทั้งฝั่ ง US และ ยูโรโซน ประจำเดื อนมกราคม โดยทางด้าน US PMI ภาคการผลิตคาดชะลอตัวลงสู่ระดับ 47.6 จุด จาก 47.9 จุด ขณะที่ US PMI ภาคบริการ คาดหวังขยับขึ้นเล็กน้อย สู่ระดับ 51.5 จุด จาก 51.4 จุด ส่วนทางด้านยูโรโซน คาดภาคการผลิตดีขึ้นสู่ 44.7 จุด จาก 44.4
เช่นเดียวกับภาคบริการที่คาดปรับขึ้นสู่ระดับ 49.0 จาก 48.8 จุด โดยรวมจะเห็นได้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจทั้ง US และ ยูโรโซนมีความคาดหวังจะปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนความเสี่ยงต่อภาพเศรษฐกิจถดถอยคาดลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่สอดคล้องกับมุมมองการดำเนินนโยบายทางการเงินทั้ง US และยูโรโซน จะยังไม่รีบปรับลดดอกเบี้ยในระยะสั้น ซึ่งล่าสุดจากเครื่องมือ FED Watch Tool บ่งชี้ว่าตลาดให้โอกาสลดดอกเบี้ยสหรัฐฯ เลื่อนไปเป็นเดือนพฤษภาคม จากคาดการณ์เดิมที่เดือนมีนาคม
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ ( 24 ม.ค.67)ยังไร้ปัจจัยหนุน สัญญาณเป็นลบต่อ ดัชนี SET ปรับลงจ่อทำจุดต่ำใหม่ ขณะที่สัญญาณเทคนิคยังเป็นลบ และตลาดที่ขาดปัจจัยหนุน ทำให้ดัชนีมีแนวโน้มปรับลงได้ต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1345 และ 1330 จุด ตามลำดับ ทั้งนี้ อาจมีการดีดสลับบ้าง แต่การฟื้นตัวถูกจำกัดที่แนวต้าน 1370 และ 1380 จุด ตามลำดับ
กลยุทธ์ลงทุน ช่วงสั้นตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดตลาดจะมีการปรับลดความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดลง หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ เงินเฟ้อ ตลาดแรงงานและการผลิตไม่ได้แย่อย่างที่กังวล ซึ่งทำให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสพักฐานในช่วงสั้น ขณะที่ในประเทศเองยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ กลยุทธ์ลงทุนจึงเน้น “ตั้งรับ สะสมหุ้นพื้นฐานรอการฟื้นตัวของตลาด”
สรุปหุ้นไทยวานนี้ ( 23 ม.ค.67 ): SET Index -13.38 จุด หรือ -0.98% ปิดที่ 1356.54 จุด หุ้นใน SET100 ที่ราคาเพิ่มขึ้นมากสุด ได้แก่ SJWD (+3.88%), TRUE (+2.80%), SNNP (+1.73%), SAPPE (+1.20%) เป็นต้น ส่วนหุ้นที่ราคาลดลงต่ำสุด ได้แก่ JMT (-9.40%), BSRC (-7.78%), JMART (-5.84%), FORTH (-5.58%) เป็นต้น







