
เปิดหุ้นกู้มีปัญหา 24 บริษัทรวมกว่า 1.06 แสนล้าน "ผิดนัดชำระหนี้"พุ่ง
เปิดหุ้นกู้มีปัญหา 3 กลุ่มใหญ่ "ฟื้นฟูกิจการ-ปรับโครงสร้างหนี้-ผิดนัดชำระ" มูลหนี้รวมกว่า 1.06 แสนล้านบาท 24 บริษัท โดยเฉพาะ"กลุ่มผิดนัดชำระหนี้ (Default Payment ) 7 บริษัท พุ่ง 2.2 หมื่นล้านบาท
จากปัญหาหุ้นกู้เอกชน ที่มีกำหนดใกล้ครบชำระจำนวนมากในปี 2567 บางบริษัทอาจมีปัญหาขาดสภาพคล่อง ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญ โดยได้มอบหมายให้ ปลัดกระทรวงการคลัง ประสานกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการผิดชำระหนี้เกิดขึ้น
- นายกฯ สั่ง ปลัดคลัง-ธปท. เกาะติดปัญหา “หุ้นกู้” เอกชนครบกำหนด
- หุ้นกู้ระสํ่า ปี 67 ตราสารหนี้ครบดีล 2.4 ล้านล้านบาท
"ฐานเศรษฐกิจ" ได้รวบรวม "หุ้นกู้กลุ่มมีปัญหา" ในรอบ 1 ปี จากข้อมูล สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai BMA) อัพเดท ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2566 พบว่ากลุ่มหุ้นกู้ดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 24 บริษัท มูลหนี้รวม 106,838 ล้านบาท คิดเป็น 2.28% ของยอดคงค้างหุ้นกู้เอกชนปัจจุบันที่ 4.68 ล้านล้านบาท โดยมูลหนี้หุ้นกู้กลุ่มมีปัญหาเพิ่มขึ้น 17,617 ล้านบาท หรือเพิ่ม 19.75 % เทียบจาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2565 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 89,221 ล้านบาท จากจำนวน 19 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 1.95% ของยอดคงค้างหุ้นกู้เอกชน 4.57 ล้านล้านบาท
หุ้นกู้กลุ่มมีปัญหา 106,838 ล้านบาท แยกเป็น 1.กลุ่มเข้าแผนฟื้นฟูกิจการมี 3 บริษัท มูลหนี้รวม 73,057 ล้านบาท , กลุ่มปรับโครงสร้างหนี้มี 14 บริษัท มูลหนี้รวม 11,485.89 ล้านบาท และกลุ่มผิดนัดชำระหนี้ มี 7 บริษัท มูลหนี้รวม 22,295.13 ล้านบาท รายละเอียดังนี้
1.กลุ่มเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ มี 3 บริษัท มูลค่ารวม 73,057 ล้านบาท ได้แก่
- บมจ.การบินไทย (THAI) มูลค่า 71,608 ล้านบาท
- บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) ชุด PACE202A" มูลค่า 1,219 ล้านบาท
- บมจ.ริช เอเชีย สตีล (RICH ) ชุด "RICH17OA"มูลค่า 230 ล้านบาท
2.กลุ่มปรับโครงสร้างหนี้ มี 14 บริษัท มูลค่ารวม 11,485.89 ล้านบาท ได้แก่
1. บมจ.เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล(JCK) มูลค่ารวม 3,400.42 ล้านบาท มี 6 ชุด
- JCK209A มูลค่า 279.76 ล้านบาท
- JCK212A มูลค่า 462.44 ล้านบาท
- JCK213A มูลค่า 966.40 ล้านบาท
- JCK217A มูลค่า 529.72 ล้านบาท
- JCK221A มูลค่า 811.10 ล้านบาท
- JCK 228A มูลค่า 351.00 ล้านบาท
2.บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์(CGD) มูลค่ารวม 2,291.53 ล้านบาท มี 4 ชุด
- CGD213A มูลค่า 1,267.00 ล้านบาท
- CGD206A มูลค่า 555.74 ล้านบาท
- CGD219A มูลค่า 163.03 ล้านบาท
- CGD20OA มูลค่า 305.76 ล้านบาท
3. บจก.ภูเก็ต แฟนตาเซีย ( PHUKET) มูลค่า 1,768.70 ล้านบาท มี 6 ชุด
- PHUKET207A มูลค่า 491.00 ล้านบาท
- PHUKET208A มูลค่า 190.00 ล้านบาท
- PHUKET206A มูลค่า 166.00 ล้านบาท
- PHUKET20DA มูลค่า 595.30 ล้านบาท
- PHUKET207B มูลค่า 200.00 ล้านบาท
- PHUKET216A มูลค่า 126.40 ล้านบาท
4.บจก.ไอริส กรุ๊ป (IRIS) มูลค่ารวม 879 ล้านบาท มี 4 ชุด
- IRIS20OA มูลค่า 225.00 ล้านบาท
- IRIS20DA มูลค่า 300.00 ล้านบาท
- IRIS216A มูลค่า 192.00 ล้านบาท
- IRIS219A มูลค่า 162.00 ล้านบาท
5.บมจ.ช ทวี (CHO) มูลค่ารวม 745.69 ล้านบาท มี 4 ชุด
- CHO212A มูลค่า 408.98 ล้านบาท
- CHO21OA มูลค่า 195.00 ล้านบาท
- CHO229A มูลค่า 60.35 ล้านบาท
- CHO228A มูลค่า 81.36 ล้านบาท
6.บจก.สยามนุวัตร (SNW) มูลค่ารวม 520 ล้านบาท มี 3 ชุด
- SNW224A มูลค่า 160 ล้านบาท
- SNW231A มูลค่า 200 ล้านบาท
- SNW233A มูลค่า 160 ล้านบาท
7.บจก.เจซี เควิน ดีเวลลอปเม้นท์ (JCKD ) มูลค่ารวม 405 ล้านบาท มี 1 ชุด
- JCKD206A มูลค่า 405.00 ล้านบาท
8 บจก.พี พี ฮอลิเดย์(PPH)มูลค่า 392 ล้านบาท มี 1 ชุด
- PPH206A มูลค่า 392.00 ล้านบาท
9.บมจ.จี แคปปิตอล (GCAP) มูลค่ารวม 351.76 ล้านบาท มี 3 ชุด
- GCAP218A มูลค่า 63.08 ล้านบาท
- GCAP21DA มูลค่า 127.68 ล้านบาท
- GCAP233A มูลค่า 161.00 ล้านบาท
10.บจก.วอเตอร์เกท โฮเต็ล มูลค่ารวม 300 ล้านบาท มี 1 ชุด
- WGH216A มูลค่ารวม 300 ล้านบาท
11.บจก.ซิซซา กรุ๊ป (CISSA) มูลค่ารวม 217.80 ล้านบาท มี 1 ชุด
- CISSA221A มูลค่า 217.80 ล้านบาท
12.บจก.ไทย บอนเนต เทรดดิ้ง โซน มูลค่ารวม 100 ล้านบาท มี 1 ชุด
- TBTZ225A มูลค่า 100 ล้านบาท
13.บมจ.ซีเอ็มโอ (CMO) มูลค่ารวม 80 ล้านบาท มี 1 ชุด
- CMO23NA มูลค่า 80 ล้านบาท
14.บมจ.ไทยลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (TLUXE ) มูลค่า 33.99 ล้านบาท มี 1 ชุด
- TLUXE205A มูลค่า 33.99 ล้านบาท
3.หุ้นกู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ (Default Payment ) มี 7 บริษัท มูลค่ารวม 22,295.13 ล้านบาท ได้แก่
1.หุ้นกู้ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น(STARK) มี 5 ชุด มูลค่ารวม 9,198.40 ล้านบาท
- STARK239A มูลค่า 1,291.50 ล้านบาท
- STARK242A มูลค่า 3,934.30 ล้านบาท
- STARK245A มูลค่า 1,701.10 ล้านบาท
- STARK249A มูลค่า 949.50 ล้านบาท
- STARK255A มูลค่า 1,322.00 ล้านบาท
2.หุ้นกู้ บมจ.เจเคเอ็นโกลบอล กรุ๊ป (JKN )มี 7 ชุด มูลค่ารวม 3,212.15 ล้านบาท
- JKN239A มูลค่า 451.95 ล้านบาท
- JKN243A มูลค่า 300.00 ล้านบาท
- JKN246A มูลค่า 578.60 ล้านบาท
- JKN240A มูลค่า 400.00 ล้านบาท
- JKN24NA มูลค่า 800.00 ล้านบาท
- JKN252A มูลค่า 525.00 ล้านบาท
- JKN255A มูลค่า 156.60 ล้านบาท
3.หุ้นกู้ บมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) มี 1 ชุด มูลค่ารวม 3,000.00 ล้านบาท
- IFEC17NA มูลค่า 3,000 ล้านบาท
4.หุ้นกู้ บมจ.ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (ALL) มี 7 ชุด มูลค่ารวม 2,334.20 ล้านบาท
- ALL252A มูลค่า 251.60 ล้านบาท
- ALL232A มูลค่า 111.90 ล้านบาท
- ALL235A มูลค่า 631.90 ล้านบาท
- ALL22OA มูลค่า 80.70 ล้านบาท
- ALL23OA มูลค่า 380.00 ล้านบาท
- ALL242A มูลค่า 168.20 ล้านบาท
- ALL244A มูลค่า 709.90 ล้านบาท
5.หุ้นกู้ บมจ.เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป (ACAP) มี 7 ชุด มูลค่ารวม 2,575.38 ล้านบาท
- ACAP202A มูลค่า 395.30 ล้านบาท
- ACAP207A มูลค่า 716.10 ล้านบาท
- ACAP209A มูลค่า 196.50 ล้านบาท
- ACAP19OA มูลค่า 668.68 ล้านบาท
- ACAP20NA มูลค่า 294.10 ล้านบาท
- ACAP212A มูลค่า 229.80 ล้านบาท
- ACAP213A มูลค่า 74.90 ล้านบาท
6.หุ้นกู้ บจก.เดซติเนชั่น รีสอร์ทส์ (DR) มี 2 ชุด มูลค่ารวม 1,210.00 ล้านบาท
- DR2ODA มูลค่า 653.00 ล้านบาท
- DR212A มูลค่า 557.00 ล้านบาท
7.หุ้นกู้ บมจ.เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเม้นท์ (APEX) มี 1 ชุด มูลค่าหนี้รวม 765.00 ล้านบาท
- APEX202A มูลค่า 765.00 ล้านบาท



