thansettakij
thansettakij
TQR มั่นใจ Q3/69 โตต่อ ชู EV-Cyber-ESG-PA ดาวเด่น รับ Mega Trends

TQR มั่นใจ Q3/69 โตต่อ ชู EV-Cyber-ESG-PA ดาวเด่น รับ Mega Trends

02 ก.ย. 69 | 09:15 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ย. 69 | 09:16 น.

TQR มองธุรกิจ Q3/69 สดใส ชูประกันภัยต่อ EV-Cyber-ESG-PA รับ Mega Trends พร้อมใช้ AI พัฒนาผลิตภัณฑ์ หลัง Q2 กำไร 29.88 ล้านบาท โต 48.07%

KEY

POINTS

  • TQR คาดการณ์แนวโน้มธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อในไตรมาส 3/69 จะเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการบริหารความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
  • ชู 4 ผลิตภัณฑ์ดาวเด่น ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV), ประกันภัยไซเบอร์ (Cyber), ประกันภัยด้าน ESG และประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ (PA) เพื่อตอบรับกระแส Mega Trends
  • บริษัทเตรียมนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
  • ผลประกอบการไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 29.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.07% และประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล

TQR ประเมินธุรกิจไตรมาส 3/69 สดใส ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อทั้ง Traditional และ Alternative เดินหน้าขยายตัว รับความต้องการบริหารความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ชู EV-Cyber-ESG-PA เป็นผลิตภัณฑ์ดาวเด่น พร้อมใช้ AI พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ดันการเติบโตระยะยาว ขณะที่ไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิ 29.88 ล้านบาท เพิ่ม 48.07%

 

 

บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR ประเมินแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 3 ปี 2569 ยังมีทิศทางที่สดใส โดยธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบทั่วไป (Traditional Business) และธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบพัฒนาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน (Alternative Business) ยังเติบโตต่อเนื่อง ตามความต้องการบริหารความเสี่ยงของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนที่เพิ่มขึ้น

นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQR เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่อร่วมกับบริษัทประกันภัยชั้นนำอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการ เพื่อรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของตลาด หรือ Mega Trends ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQR

สำหรับไตรมาส 3/2569 TQR มองว่าความต้องการทำประกันภัยและประกันภัยต่อยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการบริหารความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางปัจจัยท้าทายทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความรุนแรงและเกิดบ่อยครั้ง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

นอกจากนี้ การผลักดันโครงการประกันภัยพิบัติของภาครัฐ จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมประกันภัยและประกันภัยต่อ และเปิดโอกาสให้ TQR ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนายหน้าประกันภัยต่อ เข้ามามีบทบาทในการบริหารและจัดการความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ชู EV-Cyber-ESG-PA รับ Mega Trends

นางยุพเรศ พิริยะพันธุ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQR กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่อที่มีแนวโน้มเข้ามาสนับสนุนการเติบโตของรายได้ ได้แก่ ประกันภัยต่อด้าน ESG โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ประกันภัยไซเบอร์ (Cyber) และประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident and Health)

นางยุพเรศ พิริยะพันธุ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQR

โดยประกันภัยต่อที่เกี่ยวข้องกับ ESG และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์มีแนวโน้มเติบโตตามกระแสการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้รับแรงหนุนจากจำนวนผู้ใช้งาน EV ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ด้านประกันภัยไซเบอร์ ทั้งในรูปแบบ Corporate Cyber และ Personal Cyber มีความสำคัญมากขึ้นตามความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ขยายตัวในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ขณะที่ประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคลมีโอกาสเติบโตตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น 

ผนึกพันธมิตรต่อยอด Cybersecurity

TQR ยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตร โดยบริษัทถือหุ้น 30% ในบริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน เพื่อพัฒนาโซลูชันด้าน Cybersecurity, Cyber Risk Management และ Business Resilience มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน Digital Trust ในภูมิภาคอาเซียน

ขณะเดียวกัน TQR ยังคงร่วมมือกับบริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยและโซลูชันด้านการบริหารความเสี่ยงให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้งประกันภัยที่อยู่อาศัย ประกันสุขภาพ ประกันภัยไซเบอร์ และประกันภัยรถยนต์

Q2 กำไรโต 48% ปันผล 0.203 บาท

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 TQR มีกำไรสุทธิ 29.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 75.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.24%

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 161.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.51% และมีกำไรสุทธิ 66.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.203 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 46.69 ล้านบาท โดยกำหนด Record Date วันที่ 25 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 4 กันยายน 2569