
ออมสินจ่อออกสินเชื่อ 'นกกระซิบ' หนุนร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส เข้าถึงแหล่งทุน
ออมสินรับนโยบายรัฐ เตรียมปล่อยสินเชื่อ 'นกกระซิบ' หนุนร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส เข้าถึงแหล่งทุน ชี้ 8 เดือนรุกปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลน NPL ไม่ถึง 4%
KEY
POINTS
- ธนาคารออมสินเตรียมเปิดตัวสินเชื่อใหม่ "นกกระซิบ" เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส"
- การพิจารณาสินเชื่อจะใช้ข้อมูลทางเลือก เช่น ประวัติการค้าขายและพฤติกรรมการชำระเงินผ่าน QR Code แทนการใช้หลักประกันแบบดั้งเดิม
- สินเชื่อรูปแบบใหม่นี้จะประเมินจากความสามารถในการชำระหนี้ โดยอิงจากพฤติกรรมการค้าขายและกระแสเงินหมุนเวียนจริง
นายทรงพล ชีวปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการออกสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าในระดับฐานราก ภายใต้แนวนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการออกสินเชื่อต่อยอดโครงการ “นกกระซิบ” นั้น ขณะนี้ออมสิน และธนาคารกรุงไทยกำลังพิจารณาในเรื่องนี้อยู่ คาดว่าจะมีการเปิดตัวโครงการเร็วๆ นี้
สำหรับปัจจุบันธนาคารออมสินมีฐานข้อมูลลูกค้ารายย่อยและฐานรากอยู่ในมือแล้วกว่า 2,400,000 ราย ขณะที่โครงการใหม่นี้จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ค้าขายจากระบบต่าง ๆ อาทิ กลุ่มผู้ค้าภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัว 60:40 ซึ่งพบว่ายังมีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือหรืออยู่นอกระบบ
“การพิจารณาออกสินเชื่อครั้งนี้ จะเป็นการนำข้อมูลธุรกรรมและการค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส มาพิจารณา โดยจะมีการประเมินรูปแบบใหม่ โดยใช้ข้อมูลทางเลือก เช่น สถิติพฤติกรรมการชำระหนี้ และประวัติการรับจ่ายเงินผ่านระบบ QR Code อาทิ ระบบ "มหาเฮง" นำมาคำนวณร่วมกับระบบคะแนนอสกอร์ของธนาคาร”
ทั้งนี้ แนวทางการเดินหน้าโครงการนี้จะแตกต่างไปจากแบบเดิม เนื่องจากไม่ได้พิจารณาจากหลักประกันแบบดั้งเดิมเป็นหลัก แต่จะเน้นการจำลองและคำนวณความสามารถในการชำระหนี้จากพฤติกรรมการค้าขายและกระแสเงินหมุนเวียนจริง ซึ่งช่วยให้การวิเคราะห์สินเชื่อมีความแม่นยำสูงขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้ค้าขายรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างครอบคลุมและกว้างขวางมากขึ้น
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานและการปล่อยสินเชื่อใหม่ในช่วง 8 เดือนแรกของปี ออมสินมียอดการปล่อยสินเชื่อเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งในทุกเซกเมนต์ (Segment) ได้แก่
สินเชื่อ Soft Loan วงเงิน 100,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดอนุมัติและเบิกจ่ายเงินกู้ไปแล้วประมาณ 50,000 ล้านบาท
สินเชื่อยานยนต์ไฟฟ้า (EV Loan) ในเฟสแรกวงเงิน 5,000 ล้านบาทได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจนยอดใช้วงเงินหมดเกลี้ยง ส่งผลให้ธนาคารต้องอนุมัติวงเงินเพิ่มอีก 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะหมดในเร็ววันนี้เช่นกัน อย่างไรก็ดี ธนาคารพร้อมพิจารณาขยายวงเงินเพิ่มเติมหากตลาดยังมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง
สินเชื่อซัพพลายเชน (Supply Chain) และพลังงานสะอาด มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีที่ผ่านมา โดยเน้นกลุ่มผู้ค้าฝั่งพลังงาน กลุ่มค้าส่ง และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยขณะนี้มีการขอสินเชื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดแล้วกว่าหลักพันราย
นอกจากนี้ ออมสินยังอยู่ระหว่างพิจารณาสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ตามนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของรัฐบาล ซึ่งออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นสองสถาบันการเงินหลักในการสนองนโยบาย ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด
ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำมากคือต่ำกว่า 4% และสัดส่วน NPL มีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เติบโตขึ้นตามที่เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมและความสามารถในการชำระหนี้ที่ดีขึ้นของกลุ่มลูกค้ารายย่อย
ขณะเดียวกัน ธนาคารจะมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.7 - 1.9% เป็นระดับที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ทั้งหมดในระบบการเงิน เนื่องจากธนาคารดำเนินนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้กู้เงินหลายกลุ่ม และปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อดูแลผู้ฝากเงิน







