
อสังหาฯ ไทยยังไม่ใช่ฟองสบู่ 'ธอส.' เร่งอัดสินเชื่อ ครึ่งปีแรกพุ่ง 1.23 แสนล้าน
ธอส.ชี้อสังหาฯ ไทยยังห่างไกลฟองสบู่ ครึ่งปีแรกปล่อยกู้ 1.23 แสนล้าน ลุย AI-เครดิตสกอริ่ง ช่วยคนมีที่อยู่อาศัย ดันสินเชื่อทั้งปีตามเป้า 2.47 แสนล้าน
KEY
POINTS
- ธอส. ประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังไม่เกิดภาวะฟองสบู่ เนื่องจากราคาบ้านยังไม่เร่งตัวผิดปกติ และสถาบันการเงินยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ
- ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึง 1.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.85% จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นเกือบ 50% ของเป้าหมายทั้งปี
- สินเชื่อใหม่ส่วนใหญ่เน้นช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยมีจำนวนกว่า 58,000 บัญชีที่ได้รับวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท
นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณการเกิดภาวะฟองสบู่ เนื่องจากราคาที่อยู่อาศัยยังไม่เร่งตัวขึ้นอย่างผิดปกติ ขณะที่ซัพพลายหรืออุปทานในตลาดยังมีอยู่จำนวนมาก ประกอบกับการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง ภายใต้ภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง
ครึ่งปีแรกปล่อยสินเชื่อทะลุ 1.23 แสนล้าน
ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 123,149.93 ล้านบาท ครอบคลุมลูกค้า 114,184 บัญชี เพิ่มขึ้น 14.85% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 49.90% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 246,795 ล้านบาท
ในจำนวนดังกล่าว เป็นสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 58,685 ราย เพิ่มขึ้น 7.39% จากปีก่อน สะท้อนบทบาทของ ธอส. ในการขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดยปัจจุบัน ธอส. สนับสนุนให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเองแล้วกว่า 4.8 ล้านครอบครัว
นายมหัทธนะ กล่าวว่า ธอส. ยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ ผ่านการสนับสนุนการลงทุน การจ้างงาน และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ฐานะการเงินแข็งแกร่ง ตั้งเป้าลด NPL ต่ำกว่า 5%
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ธอส. มีสินเชื่อคงค้าง 1.931 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.14% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2.098 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.41% และเงินฝากรวม 1.850 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.10%
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 106,923.72 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.54% ของสินเชื่อรวม ลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยตั้งเป้าลดสัดส่วน NPL ให้ต่ำกว่า 5% ภายในสิ้นปี 2569
ขณะเดียวกัน ธนาคารมีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 161,193.05 ล้านบาท คิดเป็น 150.76% ของยอด NPL ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแข็งแกร่ง สามารถรองรับความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างเพียงพอ ส่วนอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 15.47% สูงกว่าหลักเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนดไว้ที่ 8.50%
ช่วยรักษาบ้านกว่า 1 ล้านบัญชี
นอกจากการปล่อยสินเชื่อใหม่แล้ว ธอส. ยังเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถปรับโครงสร้างหนี้จนลูกค้ากลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ หรือปิดบัญชีได้แล้ว 1,014,357 บัญชี คิดเป็น 80.68% ของลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการทั้งหมด
"เป้าหมายของ ธอส. ไม่ใช่เพียงการปล่อยสินเชื่อ แต่คือการช่วยให้ประชาชนสามารถรักษาบ้านของตนเองไว้ได้ในระยะยาว" นายมหัทธนะ กล่าว
รีไฟแนนซ์พุ่ง เตรียมใช้เครดิตสกอริ่งสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม ธนาคารพบแนวโน้มลูกค้าขอรีไฟแนนซ์ไปยังสถาบันการเงินอื่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมเฉลี่ยเดือนละประมาณ 2,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาทต่อเดือน ส่งผลให้ ธอส. ต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เพื่อรักษาฐานลูกค้า
พร้อมกันนี้ ธนาคารเตรียมนำระบบ Credit Scoring มาใช้วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงด้านสินเชื่อให้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาสินเชื่อและออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
ครึ่งปีหลังเร่งใช้ AI พลิกโฉมบริการ
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ธอส. จะเดินหน้าภายใต้แนวคิด "Beyond Housing Bank : มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน" โดยนำเทคโนโลยี Digital, AI และ Data Analytics มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เพื่อยกระดับการให้บริการในทุกมิติ
หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือ การผลักดันสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Loan) ได้แก่ สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 และสินเชื่อ Solar Roof ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกสามารถปล่อยสินเชื่อได้แล้ว 8,535.10 ล้านบาท คิดเป็น 40.65% ของเป้าหมายทั้งปี
นอกจากนี้ ธอส. จะปรับรูปแบบการให้บริการจาก One Size Fits All ไปสู่ Hyper-Personalization โดยใช้ AI Credit Assessment และ Alternative Data วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระและผู้ที่ไม่มีข้อมูลเครดิตในระบบ พร้อมช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติสินเชื่อ และลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสียในอนาคต
ยกระดับป้องกันภัยการเงินด้วย Machine Learning
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญ คือ การพัฒนาระบบป้องกันการทุจริตทางการเงิน โดย ธอส. ได้นำระบบ Fraud Detection System Phase 2 ที่ใช้เทคโนโลยี Machine Learning ตรวจจับธุรกรรมผิดปกติแบบ Near Real Time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังธุรกรรมต้องสงสัย ลดความเสียหายจากภัยทางการเงิน และยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลลูกค้า
ตั้งเป้าดันเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ 2.46 แสนล้าน
นายมหัทธนะ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ทั้งหมดสอดคล้องกับนโยบาย 5T ของกระทรวงการคลัง และจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปี 2569 ให้บรรลุเป้าหมาย 246,795 ล้านบาท หรือคิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 246,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน การจ้างงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง







