
โค้งสุดท้ายลดค่าโอน-จดจำนอง ลูกค้าแห่กู้บ้าน ‘ธอส.’ ทะลุ 4.5 พันล้าน
คนแห่กู้บ้านโค้งสุดท้าย! ธอส.ยอดทำนิติกรรมวันเดียวทะลุ 4.5 พันล้าน รับอานิสงส์ลดค่าโอน-จดจำนอง 0.01% ก่อนหมดเขต 30 มิ.ย.นี้
KEY
POINTS
- ประชาชนเร่งทำนิติกรรมโอนที่อยู่อาศัยในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองของภาครัฐ
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มียอดทำนิติกรรมสินเชื่อบ้านในวันเดียว (29 มิ.ย. 69) พุ่งสูงกว่า 4,500 ล้านบาท
- มาตรการดังกล่าวช่วยลดค่าโอนและค่าจดจำนองเหลือเพียง 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ซื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ
บรรยากาศการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นสุดมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองของภาครัฐกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาลงนามสัญญาเงินกู้และดำเนินการทำนิติกรรมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดทำนิติกรรมทั่วประเทศในวันเดียวพุ่งสูงกว่า 4,500 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานว่า มีลูกค้านัดทำนิติกรรมสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วประเทศมากกว่า 3,000 ล้านบาท ขณะที่สำนักงานใหญ่เพียงแห่งเดียว มียอดทำนิติกรรมมากกว่า 1,500 ล้านบาท รวมมูลค่าการทำนิติกรรมทั้งระบบในวันเดียวมากกว่า 4,500 ล้านบาท
การเร่งดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 หลังจากรัฐบาลประกาศใช้มาตรการดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
ภายใต้มาตรการดังกล่าว ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ถูกปรับลดเหลือเพียง 0.01% จากอัตราปกติ 2% ขณะที่ค่าจดจำนองลดเหลือ 0.01% จากอัตราปกติ 1% ส่งผลให้ผู้ซื้อบ้านสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายหมื่นบาท โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคากลางถึงระดับบนที่มีมูลค่าไม่เกิน 7 ล้านบาท
จากจำนวนลูกค้าที่เดินทางมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ธอส.จึงได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่และทีมงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่ โดย ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหารของธนาคาร ลงพื้นที่ต้อนรับและติดตามการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระบวนการลงนามสัญญาเงินกู้และการทำนิติกรรมเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่สะท้อนตรงกันว่า มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้มีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายในครัวเรือน ตกแต่งที่อยู่อาศัย หรือเป็นเงินสำรองสำหรับการดำรงชีวิตในระยะต่อไป
“ความคึกคักที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหมดเขตมาตรการครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมาตรการภาครัฐในการกระตุ้นกำลังซื้อในตลาดที่อยู่อาศัย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อของประชาชนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่”
ขณะที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และสถาบันการเงินต่างจับตาว่า หลังสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แล้ว ตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งปีหลังจะยังสามารถรักษาโมเมนตัมการโอนกรรมสิทธิ์และการปล่อยสินเชื่อได้ต่อเนื่องหรือไม่ เนื่องจากต้นทุนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จะกลับสู่ระดับปกติทันทีหลังมาตรการหมดอายุ







