thansettakij
thansettakij
SME D Bank โชว์ครึ่งปีแรกปล่อยกู้ 4 หมื่นล้าน หนี้เสียเหลือ 7.56%

SME D Bank โชว์ครึ่งปีแรกปล่อยกู้ 4 หมื่นล้าน หนี้เสียเหลือ 7.56%

22 ก.ค. 69 | 06:26 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ค. 69 | 06:44 น.

SME D Bank โตสวนเศรษฐกิจ ครึ่งปีแรก 2569 ปล่อยกู้ทะลุ 4 หมื่นล้าน หนุนเงินหมุนเวียน 1.87 แสนล้าน รักษาจ้างงานกว่า 5.4 แสนราย หนี้เสีย เหลือ 7.56%

KEY

POINTS

  • SME D Bank อนุมัติสินเชื่อในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 รวม 40,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.42% ช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและรักษาการจ้างงาน
  • ธนาคารสามารถบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อ ทำให้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงเหลือ 7.56% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569
  • การลดลงของ NPL เป็นผลมาจากการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางผ่านการปรับโครงสร้างหนี้และมาตรการฟื้นฟูกิจการกว่า 11,697 ราย วงเงินรวม 23,649 ล้านบาท

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) ว่า แม้เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง ความผันผวนของราคาพลังงาน ภัยธรรมชาติ ตลอดจนความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามในหลายภูมิภาค แต่ SME D Bank ยังคงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้อย่างต่อเนื่อง

ในช่วงครึ่งปีแรก ธนาคารสามารถอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ประกอบการได้รวม 40,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ขอสินเชื่อไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย

เม็ดเงินดังกล่าวช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวม 187,486 ล้านบาท และช่วยรักษาการจ้างงานได้ถึง 544,593 ราย สะท้อนบทบาทของธนาคารในการเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการประคับประคองภาคธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

นอกจากนี้ ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding Loan) ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 101,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ชูแนวคิดช่วยเอสเอ็มอีทุกสถานการณ์

นายพิชิตกล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ SME D Bank ในครึ่งปีแรกเติบโตสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และยังขยายตัวสูงกว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีของระบบสถาบันการเงินทั่วไป เนื่องจากธนาคารยึดแนวทางการทำงานภายใต้แนวคิด "ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ" ที่พร้อมยืนเคียงข้างผู้ประกอบการในทุกช่วงของวัฏจักรเศรษฐกิจ

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้สถาบันการเงินของรัฐเป็นกลไกช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยอย่างใกล้ชิด 

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank

โดยธนาคารได้สื่อสารนโยบายเดียวกันตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงพนักงานทุกระดับ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกันนี้ ยังมีการปรับปรุงกฎระเบียบและคำสั่งที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสินเชื่อ รวมถึงผ่อนปรนเงื่อนไขด้านคุณสมบัติผู้กู้และหลักประกันให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น

เร่งฟื้นลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ลด NPL เหลือ 7.56%

ด้านการบริหารคุณภาพสินเชื่อ SME D Bank ระบุว่า ธนาคารได้เข้าไปช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงครึ่งปีแรก มีลูกค้าที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้และมาตรการฟื้นฟูกิจการรวม 11,697 ราย คิดเป็นวงเงิน 23,649 ล้านบาท

มาตรการดังกล่าวส่งผลให้ธนาคารสามารถควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงเหลือ 7.56% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 โดยแบ่งเป็น NPL ที่เกิดก่อนปี 2558 อยู่ที่ 5.08% และ NPL หลังปี 2558 อยู่ที่ 2.48%

นอกจากนี้ ธนาคารยังตั้งสำรองรองรับความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ 166.69% สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพเพียงพอรองรับความผันผวนในอนาคต

ดันผู้ประกอบการใช้ AI ทำตลาด ยกระดับกว่า 5,200 ราย

นอกจากบทบาทด้านการปล่อยสินเชื่อแล้ว SME D Bank ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรก ธนาคารสามารถพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการได้ 5,243 ราย ผ่านการอบรมและกิจกรรมทั้งแบบ Onsite และ Online โดยเน้นการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจ

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญ คือ การจัดงาน TikTok Live Commerce EXPO 2026 ที่นำอินฟลูเอนเซอร์และ KOL มาช่วยรีวิวและจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่วยขยายตลาดและเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจรายย่อย

ขณะเดียวกัน ธนาคารยังจัดกิจกรรม SME D Market เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำสินค้าออกจำหน่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงผลักดันการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์ม DX ที่เปิดให้ผู้ประกอบการเรียนรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมหลักสูตรด้านการใช้ AI ทำการตลาด การบริหารต้นทุนทางการเงิน การจัดทำบัญชี และการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าถึงแหล่งทุน

ปัจจุบันมีสมาชิกใช้บริการแพลตฟอร์ม DX แล้ว 11,165 ราย เพิ่มขึ้น 15.47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีสมาชิกสะสมรวมกว่า 56,538 ราย

ครึ่งปีหลังลุย 3 อุตสาหกรรมอนาคต ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 3%

สำหรับแผนดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 SME D Bank จะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่

  • อุตสาหกรรมอาหาร
  • เกษตรแปรรูป
  • Wellness

ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานจะครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่

1. เพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุน

สนับสนุนผ่านโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) อัตราดอกเบี้ยคงที่เพียง 3% ต่อปี ในช่วง 3 ปีแรก ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ครอบคลุม 3 โครงการหลัก ได้แก่

  • สินเชื่อ SME Green Productivity
  • สินเชื่อปลุกพลัง SME
  • สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME

เพื่อเสริมสภาพคล่อง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด

2. ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ

เดินหน้า Upskill และ Reskill ผ่านกิจกรรมอบรมทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เน้นการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ลดต้นทุน และเตรียมพร้อมสู่มาตรฐานธุรกิจสีเขียว

3. ช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง

ใช้มาตรการ "3 ลด" ได้แก่ ลดเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย และลดค่างวด โดยพิจารณาตามศักยภาพของกิจการแต่ละราย เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน รักษาการจ้างงาน และทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

“SME D Bank จะยังคงทำหน้าที่เป็น "ธนาคารเพื่อการพัฒนา" ที่ไม่ได้มีบทบาทเพียงปล่อยสินเชื่อ แต่จะทำหน้าที่เป็นพันธมิตรในการพัฒนาผู้ประกอบการ ทั้งด้านเงินทุน ความรู้ เทคโนโลยี และการปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทย และสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ”