thansettakij
SME D Bank ทุบสถิติ 23 ปี ปล่อยกู้ทะลุ 7.9 หมื่นล้าน กด NPL ต่ำสุด 7.9%

SME D Bank ทุบสถิติ 23 ปี ปล่อยกู้ทะลุ 7.9 หมื่นล้าน กด NPL ต่ำสุด 7.9%

02 ก.พ. 2569 | 06:06 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.พ. 2569 | 06:42 น.

SME D Bank ทุบสถิติ 23 ปี ปล่อยกู้ทะลุ 7.9 หมื่นล้าน สวนทางสินเชื่อเอสเอ็มอีหด พร้อมบริหาร NPL ต่ำสุดเหลือ 7.9% ปักธงปี 69 มุ่งพัฒนาคู่เติมทุนธุรกิจ ผ่าน 3 โครงการ

KEY

POINTS

  • SME D Bank ปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2568 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 23 ปี ด้วยยอดรวมกว่า 7.9 หมื่นล้านบาท
  • สามารถบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ NPLs ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.9%
  • การปล่อยสินเชื่อดังกล่าวช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 3.6 แสนล้านบาท และรักษาการจ้างงานได้กว่า 6.2 แสนราย

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า  ผลการดำเนินงานของ SME D Bank ในปี 2568 เกิดประสิทธิภาพชัดเจน  สามารถสร้างสถิติใหม่ (New High) พาเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนรวมกว่า 79,043 ล้านบาท ถือเป็นยอดสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมากว่า 23 ปี 

โดยสอดคล้องเป็นไปตามพันธกิจของธนาคารที่มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่และขนาดเล็ก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท สูงถึงกว่า 70% ของการเติมทุนทั้งหมด ช่วยสร้างประโยชน์ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 362,010 ล้านบาท  รักษาการจ้างงานประมาณ 620,360 ราย  สวนทางกับแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีในระบบ ที่ติดลบต่อเนื่องมา 13 ไตรมาส  

ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) ของธนาคาร ขยายตัวอยู่ที่กว่า 99,564 ล้านบาท เติบโต 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (2567) 

อีกทั้ง ยังให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยมาตรการต่างๆ   เช่น พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยแก่เอสเอ็มอีประสบมหาอุทกภัยภาคเหนือและภาคใต้  โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เป็นต้น จำนวนรวมประมาณ 32,900 ราย  

ขณะเดียวกัน บริหารจัดการสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดลงเหลือเพียงประมาณ 7.9% ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์นับแต่ก่อตั้งเช่นกัน  หากแยกเป็น NPLs หลังออกจากแผนฟื้นฟู เมื่อปี 2558 ยอด NPLs จะมีเพียง 2.69% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีโดยรวมเสียอีก 

อีกทั้ง ให้ความสำคัญด้านบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งสำรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานะ NCR (NPL Coverage Ratio)  หรืออัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ สูงถึงประมาณ 154%  สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพทางการเงินของธนาคาร

ขณะเดียวกันช่วย “พัฒนา” เพิ่มศักยภาพให้เอสเอ็มอี มากกว่า  20,000 ราย ผ่านกิจกรรมออนไซต์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ช่วยยกระดับ สร้างมาตรฐาน ขยายตลาด เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ควบคู่เสริมแกร่งผ่านออนไลน์ ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) โดยมียอดสมาชิกสะสม ตั้งแต่เริ่มเปิดบริการเมื่อปี 2567 ถึงปัจจุบัน ประมาณ 46,000 ราย

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของ SME D Bank ในปี 2569 ธนาคารมุ่งมั่นเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ผ่านบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 3 อุตสาหกรรมหลักที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร  สุขภาพ  และเกษตรแปรรูป ให้สามารถยกระดับปรับเปลี่ยนพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่  

ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาตรฐาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มศักยภาพธุรกิจ  พัฒนาสู่การเป็นเอสเอ็มอีที่มีคุณภาพ แข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ  เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน  เป็นกำลังสำคัญสร้างระบบเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน   

ทั้งนี้ “ด้านการเงิน” จัดเตรียมบริการสอดคล้องกับพันธกิจธนาคารที่มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายใหม่ขนาดเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุน    ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำคัญ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี   วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ได้แก่  

  • โครงการ “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME”  สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน  วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 
  • โครงการ “สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME”   มุ่งเพิ่มศักยภาพยกระดับธุรกิจ   วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท
  • โครงการ “สินเชื่อ SME Green Productivity”    สนับสนุนเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว  วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท