thansettakij
ส่องนโยบายความยั่งยืนแบงก์ไทย ttb ครองแชมป์-SCB จี้ติด

ส่องนโยบายความยั่งยืนแบงก์ไทย ttb ครองแชมป์-SCB จี้ติด

07 ก.พ. 2569 | 10:05 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.พ. 2569 | 10:11 น.

แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมเผยผลประเมินปี 2568 ธนาคารไทยคะแนนเฉลี่ยขยับขึ้นแตะ 28.84% หลังเร่งเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ใหม่ ttb ครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง ขณะที่ SCB-KBank ไล่จี้ติด

KEY

POINTS

  • ผลการประเมินนโยบายความยั่งยืนของธนาคารไทยปี 2568 โดย Fair Finance Thailand พบว่า ttb ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยคะแนนสูงสุด
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกสิกรไทย ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ โดยมีคะแนนไล่จี้ผู้นำอย่าง ttb มากขึ้น
  • ภาพรวมคะแนนเฉลี่ยของธนาคารไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า แม้จะใช้เกณฑ์การประเมินที่เข้มข้นขึ้น

ในปี 2568 แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) ได้ประเมินนโยบายด้านความยั่งยืนของธนาคารไทย 11 แห่ง ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ตามมาตรฐาน Fair Finance Guide International (แนวปฏิบัติของแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมนานาชาติ) ฉบับปี 2025 ซึ่งถือเป็นการประเมินต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

ผลการประเมินพบว่า ธนาคารไทยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 28.36% ในปี 2567 เป็น 28.84% ในปี 2568 โดยธนาคารที่ได้คะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. ธนาคารทหารไทยธนชาต (40.75%)
  2. ธนาคารไทยพาณิชย์ (38.95%)
  3. ธนาคารกสิกรไทย (38.47%)
  4. ธนาคารกรุงไทย (30.09%)
  5. ธนาคารกรุงเทพ (28.97%)

ทั้งนี้ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) ยังคงครองอันดับ 1 ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ขณะที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ได้คะแนนสูงสุดคือ ธนาคารออมสิน (27.90%)

ส่องนโยบายความยั่งยืนแบงก์ไทย ttb ครองแชมป์-SCB จี้ติด

สำหรับการประเมินครั้งนี้ใช้เกณฑ์มาตรฐานปี 2025 ที่มีความเข้มข้นขึ้น และเพิ่มเกณฑ์ใหม่ด้านความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์

ซึ่งภาพรวมธนาคารไทยยังสามารถเปิดเผยนโยบายด้านความยั่งยืนได้ต่อเนื่อง โดยจุดที่น่าสังเกตคือกลุ่มธนาคารผู้นำมีคะแนนใกล้เคียงกันมากขึ้น โดยเฉพาะอันดับ 2 และ 3 อย่างธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกสิกรไทย ที่ทำคะแนนเข้าใกล้ธนาคารทหารไทยธนชาตซึ่งครองอันดับหนึ่งมานานถึง 7 ปี

นอกจากนี้ คะแนนที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากการปรับปรุงและเปิดเผยนโยบายให้สอดคล้องกับเกณฑ์ในช่วงรับฟังความคิดเห็น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2561