

In Brief
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้นำการดำเนินธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย ได้ก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างสรรค์นวัตกรรมการใช้วัสดุและพลังงาน เพื่อชีวิตที่ลงตัว” ท่ามกลางกระแสความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกและการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐที่สำคัญ โดยเฉพาะการที่รัฐบาลประกาศปรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้เร็วขึ้นจากปี 2608 เป็นปี 2593 ส่งผลให้ IRPC ต้องเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืนที่เข้มข้นยิ่งขึ้นผ่านโมเดล “3Cx3E”
ผศ.ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ ประธานกรรมการบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอวิสัยทัศน์หัวข้อ “Sustainability of IRPC” ในงาน “อรุณ สรเทศน์ รำลึก ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด Beyond Boundaries: Scope 3 & The Future of Low-Carbon Business จัดโดยมูลนิธิอรุณ สรเทศน์ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) ว่า กลยุทธ์ภายใต้ 3C ประกอบด้วย Climate Change Management หรือการจัดการความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โดย IRPC ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20% ภายในปี 2573 และบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์( Net Zero) ในปี 2593 ซึ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพและการใช้พลังงานสะอาด จากพลังงานหมุนเวียนและไฮโดรเจน รวมถึงการปรับพอร์ตธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์คาร์บอนตํ่า ตอบสนองความต้องการของตลาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซได้ถึง 70%
อีกทั้ง การนำแนวทางการดูดซับและการชดเชยคาร์บอน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการจัดการก๊าซส่วนเกินที่เหลืออยู่ ซึ่งจะช่วยจัดการกับการปล่อยก๊าซในส่วนที่เหลืออีก 30% เช่น การปลูกป่า เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) พร้อมทั้งเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและฟื้นฟูระบบนิเวศ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อดักจับ CO2 นำมาใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนมาใช้เพื่อดักจับก๊าซจากแหล่งกำเนิดก่อนที่จะปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ CCUS (Carbon Capture, Utilization, and Storage)
ขณะที่ Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้าง “Living +” ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย IRPC กำหนดเป้าหมายชัดเจนที่จะไม่ส่งขยะไปฝังกลบ และตั้งเป้าการใช้ประโยชน์จากของเสียให้ได้มากกว่า 95% ภายในปี 2583 ผ่านแนวทางการดำเนินงานต่าง ๆ พื่อให้เกิดระบบนิเวศที่หมุนเวียนทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิลมาใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต เลือกใช้สารที่ไม่เป็นพิษในกระบวนการผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ง่ายต่อการรีไซเคิล การสร้างพันธมิตรใหม่ ๆ ระหว่างบริษัท ทั้งในห่วงโซ่การผลิตเดิมและห่วงโซ่การผลิตใหม่ เพื่อร่วมกันจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนให้นานที่สุด รวมถึงการรีไซเคิลวัสดุเพื่อให้กลับมาสร้างมูลค่าได้อีกครั้ง และการใช้โมเดลรายได้รูปแบบใหม่ ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการครอบครองเป็น “การจ่ายเพื่อใช้งาน” โดยที่ผู้ผลิตยังคงเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้เกิดการหมุนเวียนและการดูแลผลิตภัณฑ์ที่ต้นทางได้ดียิ่งขึ้น
Creating Shared Value (CSV) หรือการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม IRPC ตั้งเป้าส่งเสริมสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนจำนวน 500,000 คน ภายในปี 2573 ผ่านโครงการนวัตกรรมที่โดดเด่นอย่าง “โครงการขาเทียม” ซึ่งได้ส่งมอบขาเทียมจากเม็ดพลาสติกของ IRPC ไปแล้วกว่า 47,363 ชุด ตั้งแต่ปี 2554 รวมถึงการเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้พิการ และการสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Young Smart Farmer เพื่อสร้างความยั่งยืนในระดับชุมชน
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนให้ได้ตามเป้าหมายดังกล่าว จะดำเนินงานภายใต้ 3 E ได้แก่ Empower Ecosystem การสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและลูกค้า ผ่านโครงการเช่น “Efficiency Challenge” ที่ IRPC เข้าไปสนับสนุนงบประมาณและเทคโนโลยีให้กับลูกค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการปล่อยคาร์บอน พร้อมร่วมกันขอรับรองคาร์บอนเครดิต (T-VER) ซึ่งเป็นการสร้างโมเดลธุรกิจสีเขียวแบบ Win-Win สำหรับทุกฝ่าย
E2: Engage Stakeholders การสร้างความไว้วางใจผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิด โดยได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงกว่าเป้าหมายในกลุ่มลูกค้า พนักงาน ชุมชน และซัพพลายเออร์ และE3: Enhance Disclosure การเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล เช่น IFRS S2 และ DJSI เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน
ด้วยความมุ่งมั่นภายใต้กลยุทธ์ 3Cx3E นี้ จะทำให้ IRPC พร้อมเปลี่ยนผ่านความท้าทายจากมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Loan) และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อสร้างสิ่งที่ดีเพื่ออนาคตอย่างแท้จริง โดยตั้งเป้าปรับสัดส่วน EBITDA ภายในปี 2573 ให้มีสัดส่วนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (Specialty) และธุรกิจใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างผลกำไรและความยั่งยืน อันเป็นหัวใจหลักที่จะพา IRPC สู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมวัสดุและพลังงานยั่งยืนระดับโลกตามเป้าหมาย Net Zero 2593 ที่วางไว้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง