
เอคเซนเชอร์ ชี้ธนาคารที่ลูกค้าเป็นกระบอกเสียง โตเร็วกว่าปกติ 1.3 เท่า
เอคเซนเชอร์ชี้ “ธนาคารที่ลูกค้าเป็นกระบอกเสียง” จะเติบโตเร็วกว่า 1.3 เท่า แนะกลยุทธ์ใช้ Gen AI อย่างสมดุล เพื่อฟื้นสัมพันธ์และสร้างความมั่นใจ
เอคเซนเชอร์เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดในรายงาน “Banking Consumer Study” ซึ่งจัดทำขึ้นทุกสองปี ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่าง 49,300 คนใน 38 ประเทศ พบว่า ธนาคารที่สามารถสร้างให้ลูกค้าเป็น “กระบอกเสียง” หรือผู้สนับสนุนแบรนด์ได้ จะมีรายได้เติบโตแบบออร์แกนิกสูงกว่า 1.3 เท่า เมื่อเทียบกับธนาคารทั่วไป โดยเฉพาะในเอเชีย ที่ความภักดีของลูกค้าลดลงจากความสะดวกของช่องทางดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้ลูกค้ากว่า 96% ใช้บริการธนาคารมากกว่าหนึ่งแห่ง
ผลการศึกษาระบุว่า การที่ลูกค้าพึงพอใจและยินดีบอกต่อเกี่ยวกับบริการของธนาคาร มีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับรายได้ โดยลูกค้าที่เป็นกระบอกเสียงจะมีแนวโน้มใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น และฝากเงินกับธนาคารมากกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้คะแนนสนับสนุนสูง (Top 20%) ธนาคารสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของธนาคารในยุคดิจิทัลคือความไว้วางใจของลูกค้า ข้อมูลจากการสำรวจในประเทศไทยพบว่า 90% ของผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนตัวของธนาคาร แม้ว่าจะมีถึง 37% ที่ยินยอมให้ธนาคารใช้ Generative AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมยิ่งขึ้น
เอคเซนเชอร์แนะนำให้ธนาคารให้ความสำคัญกับ 4 ปัจจัยหลักในการสร้างความภักดีและกระบอกเสียงจากลูกค้า ได้แก่
-บริการเฉพาะบุคคล — ใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อเข้าใจและจดจำลูกค้าอย่างแท้จริง ปรับผลิตภัณฑ์และคำแนะนำให้ตรงใจ
-ประสบการณ์ที่ราบรื่น — มอบบริการไร้รอยต่อผ่านทุกช่องทาง เพื่อสร้างความประทับใจ
-ความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ — เปิดเผยข้อมูลค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และปกป้องข้อมูลส่วนตัวอย่างจริงจัง
-ผลตอบแทนคุ้มค่า — มอบข้อเสนอทางการเงินที่จับต้องได้ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์
ขณะที่ผู้บริโภคไทย 85% พร้อมเปิดรับผู้ช่วย AI ด้านการเงิน เช่น การแจ้งเตือนวันครบกำหนดชำระ หรือการช่วยตรวจสอบยอดเงิน แต่ยังมีผู้บริโภคอีก 63% ที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว และ 70% ที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล
นาบวิชยา แซ่จาว กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน บริษัท เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า “เมื่อธนาคารไทยนำ Gen AI มาใช้ ความไว้วางใจของลูกค้าจะเป็นหัวใจสำคัญ ธนาคารต้องชี้ให้เห็นว่า AI ช่วยให้บริการมีคุณค่าและเหมาะสมเพียงใด พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการปรับแต่งบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI”
ผลสำรวจยังชี้ว่า ลูกค้า 86% ให้ความสำคัญกับอัตราดอกเบี้ย แต่กลับมี 46% ที่ไม่รู้ว่าบัญชีตนเองได้ดอกเบี้ยเท่าไร ขณะที่ 81% ต้องการเห็นสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจนจากความสัมพันธ์กับธนาคาร
ด้านช่องทางสาขา แม้ยุคดิจิทัลจะเติบโต แต่ 82% ของลูกค้ายังคงต้องการเห็นสาขาอยู่ในชุมชน เพราะเป็นสัญลักษณ์ของเสถียรภาพและความมั่นใจในการบริการ และ 76% เลือกไปธนาคารเพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนโดยตรงกับเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าราว 49% รู้สึกกดดันเวลาธนาคารออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมองว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้ธนาคารมากกว่าตนเอง ซึ่งอาจลดความเชื่อมั่นและทำให้ลูกค้าไม่อยากติดต่อกับธนาคาร
เอคเซนเชอร์สรุปว่า การใช้ Gen AI อย่างโปร่งใสและให้ลูกค้ามีอำนาจควบคุมการตั้งค่าบริการ จะช่วยปิดช่องว่างแห่งความไม่ไว้วางใจ และทำให้ “จิตวิญญาณแห่งความสัมพันธ์” กลับคืนสู่ระบบธนาคารอีกครั้ง







