thansettakij
thansettakij
XPG กำไร Q3/69 พุ่ง 109% แตะ 140 ล้าน 9 เดือนทะลุทั้งปี 68 อานิสงส์สินเชื่อโตแรง

XPG กำไร Q3/69 พุ่ง 109% แตะ 140 ล้าน 9 เดือนทะลุทั้งปี 68 อานิสงส์สินเชื่อโตแรง

05 พ.ย. 69 | 05:16 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ย. 69 | 05:16 น.

XPG โชว์กำไรไตรมาส 3/2569 แตะ 140.53 ล้านบาท เติบโต 109% ดันกำไร 9 เดือนพุ่ง 250.44 ล้านบาท สูงกว่าผลงานทั้งปี 2568 รับธุรกิจสินเชื่อโตและส่วนแบ่งกำไร KTX

KEY

POINTS

  • XPG ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ที่ 140.53 ล้านบาท เติบโต 109% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • ผลประกอบการ 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 250.44 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากำไรของทั้งปี 2568 แล้ว
  • การเติบโตมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อที่สร้างรายได้ถึง 327.46 ล้านบาท
  • รายได้ยังได้รับแรงหนุนจากค่าธรรมเนียม 224.50 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจาก บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) อีก 102.06 ล้านบาท

XPG เปิดผลงานไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิ 140.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109% จากปีก่อน ดันกำไรสะสม 9 เดือนแตะ 250.44 ล้านบาท เติบโต 60% สูงกว่าผลงานทั้งปี 2568 รับแรงหนุนธุรกิจสินเชื่อสร้างรายได้ 327.46 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียม 224.50 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจาก บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง 102.06 ล้านบาท มั่นใจไตรมาส 4 รักษาเป้าหมายการเติบโตได้ 

XPG กำไร Q3/69 โต 109% รับสินเชื่อหนุน 

บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีรายได้รวม 291.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 245.94 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิ 140.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 67.13 ล้านบาท

ส่งผลให้ผลการดำเนินงานสะสม 9 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 742.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 708.88 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 250.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 156.68 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิสะสม 9 เดือนแรกสูงกว่าผลประกอบการตลอดทั้งปี 2568

นางสาววรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการใหญ่ XPG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่องเป็นผลจากการวางรากฐานและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทาย บริษัทจึงปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตของธุรกิจ

นางสาววรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการใหญ่ XPG

ธุรกิจสินเชื่อสร้างรายได้ 327 ล้านบาท เจาะตลาดเงินทุนหมุนเวียน

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการมาจากธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งสร้างรายได้ 327.46 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อระยะสั้นให้แก่ภาคธุรกิจที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องในการดำเนินกิจการ รองรับความต้องการเงินทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีแรงกดดันจากต้นทุนและการเติบโตที่ชะลอตัว

ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงสินเชื่อ โดยใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์และประเมินความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อคัดเลือกธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมขยายโอกาสสู่การสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานสะอาด เพื่อสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว

รายได้ค่าธรรมเนียม 224 ล้านบาท รับแรงหนุนกองทุนใหม่

ด้านรายได้ค่าธรรมเนียม บริษัทมีรายได้ 224.50 ล้านบาท โดยได้รับแรงสนับสนุนจากบริษัทในเครือ โดยเฉพาะบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) ที่เดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์การลงทุนและเปิดตัวกองทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่นักลงทุน

ล่าสุดเปิดตัวกองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง หุ้นออสเตรเลีย (X-AUSEQ) กองทุนประเภท Feeder Fund ที่ลงทุนในกองทุนหลัก Candriam Equities L Australia Class I Cap เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนหรือดำเนินธุรกิจหลักในออสเตรเลีย โดยมองเห็นโอกาสจากจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติ แร่ธาตุสำคัญ พลังงาน และภาคการเงินของประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนศักยภาพการเติบโตของตลาดหุ้นออสเตรเลีย และเป็นทางเลือกสำหรับการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนระยะยาว

รับส่วนแบ่งกำไร KTX กว่า 102 ล้านบาท

นอกจากนี้ XPG ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไร 102.06 ล้านบาท จากการถือหุ้น 49.71% ในบริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) ซึ่งปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับภาวะตลาดทุนที่ผันผวน โดยมุ่งขยายธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) รองรับความต้องการของภาคธุรกิจในการปรับโครงสร้างทางการเงิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ

พร้อมพัฒนาบริการทางการเงินที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุน เพื่อสร้างรายได้และเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว

ไตรมาส 4 เศรษฐกิจเสี่ยงกดดัน มั่นใจเติบโตตามเป้า

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 บริษัทประเมินว่าภาคธุรกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบทั่วโลก และกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง รวมถึงระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจำกัดความสามารถของภาครัฐในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและนักลงทุน

อย่างไรก็ตาม XPG ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน แสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ และต่อยอดธุรกิจเพื่อสร้างทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนในภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาทิศทางการเติบโตและผลักดันผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2569