thansettakij
thansettakij
DELTA ดิ่ง 16 บาท ฉุด SET Index ร่วง 19.29 จุด หลุดมายืน 1,525.31 จุด

DELTA ดิ่ง 16 บาท ฉุด SET Index ร่วง 19.29 จุด หลุดมายืน 1,525.31 จุด

30 ต.ค. 69 | 04:27 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ต.ค. 69 | 04:27 น.

SET เช้าร่วง 19 จุด แตะ 1,516 จุด DELTA ดิ่ง 7.24% กดดันตลาด พายชี้แรงขายหุ้นเทค-ต่างชาติ แนะ Value Play แบงก์ สื่อสาร ค้าปลีกและท่องเที่ยว ชู CPALL-KBANK

KEY

POINTS

  • ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวลดลง 19.29 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,525.31 จุด
  • ปัจจัยหลักที่ฉุดดัชนีคือราคาหุ้น DELTA ที่ร่วงลงอย่างหนัก 16 บาท หรือ 7.24%
  • สาเหตุที่หุ้น DELTA ปรับตัวลงมาจากผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ประกอบกับแรงเทขายในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ

SET เช้าร่วง 19 จุด แตะ 1,516 จุด DELTA ดิ่ง 7.24% กดดันตลาด พายชี้แรงขายหุ้นเทค-ต่างชาติ แนะ Value Play แบงก์ สื่อสาร ค้าปลีกและท่องเที่ยว ชู CPALL-KBANK

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 30 ตุลาคม 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 11:16 น. ที่ระดับ 1,525.31 จุด ลดลง 19.29 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.28% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,529.48 - 1,516.93 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 31,548.31 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • DELTA ราคา 205.00 บาท ลดลง 16.00 บาท หรือ 7.24% มูลค่าซื้อขาย 6,241.35 ล้านบาท
  • KTB ราคา 44.00 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 1,878.35 ล้านบาท
  • PTT ราคา 42.00 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.59% มูลค่าซื้อขาย 1,472.37 ล้านบาท
  • KCE ราคา 66.50 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 4.32% มูลค่าซื้อขาย 1,344.08 ล้านบาท
  • ADVANC ราคา 339.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 1.50% มูลค่าซื้อขาย 1,188.53 ล้านบาท

หุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดัน

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (30 ต.ค. 2569) ว่า DJIA เมื่อคืนปิดลบ 132 จุด (-0.25%) แต่ Nasdaq ปรับลงกว่า 1.3%

โดยนักลงทุนผิดหวังกับผลประกอบการ Alphabet และความกังวลทิศทางดอกเบี้ยหลังเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวแข็งแกร่ง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.76% หลังมีบางรายงานระบุว่าสหรัฐฯ อาจเจรจากับอิหร่าน

ปัจจัยต่างประเทศ

เมื่อคืนนี้ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ พบว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไตรมาสสาม ขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์แต่เงินเฟ้อใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจดูจะไม่ได้มีผลมาก เพราะนักลงทุนกําลังให้น้ำหนักกับการประกาศผลประกอบการก่อนตลาดเปิดทำการ มีการรายงานของ LLY ที่ดีกว่าคาดของตลาด

แต่หลังปิดทำการ AMZN รายงานกลับต่ำกว่าคาดการณ์กดดันราคาหุ้น -6.3% ใน ราคาหุ้นที่จะเปิดทำการคืนนี้ ด้านตัวเลขเศรษฐกิจคืนนี้ไม่มีอะไรที่สำคัญอาจมองไปยังสัปดาห์หน้าที่จะมีการประกาศตัวเลขแรงงานและเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้งกลางเทอม หากมีการปรับเปลี่ยนอาจหนุนตลาดหุ้น

ปัจจัยในประเทศ

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากหลายๆ กลุ่มพร้อมกัน เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เผชิญแรงขายตามการปรับปรุงของหุ้นเทคเทคสหรัฐฯ ส่วน DELTA มีประเด็นเฉพาะตัวจากผลประกอบการที่ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์

ประกอบกับหุ้นกลุ่มพลังงานมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะเข้ามาควบคุมดูแลมากขึ้นอาจกดดันผลประกอบการอนาคต สอดคล้องกับนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาขายสุทธิ อย่างเมื่อวานนี้ขายสุทธิไป 2.8 พันล้านบาท ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทย

สำหรับวันนี้ ทางฝ่ายประเมินกรอบการแกว่งตัว SET Index ไว้ที่ 1,530 – 1,560 จุด แนะกลยุทธ์ Value Play กับกลุ่ม Bank (BBL KBANK KTB SCB) สื่อสาร (ADVANC) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO BJC) ท่องเที่ยว (AOT MINT)

หุ้นแนะนำ

  • CPALL : คาดรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 ที่ 6 พันล้านบาท (-10% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน) ผลจากการตั้งสำรองการปิดสาขา Lotus’s Go Fresh และมีกำไรปกติ 7 พันล้านบาท (+8% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน) (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 61 บาท)
  • KBANK : คาดกำไรในไตรมาส 4/2569 จะทรงตัวเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน เพราะผลกระทบจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงถูกชดเชยด้วยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ขยายตัวจากธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 270 บาท)