thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยเช้านี้เปิดลบ 11.41 จุด ไร้ปัจจัยใหม่ กูรูวางกรอบ 1,560–1,580 จุด

หุ้นไทยเช้านี้เปิดลบ 11.41 จุด ไร้ปัจจัยใหม่ กูรูวางกรอบ 1,560–1,580 จุด

20 ต.ค. 69 | 04:13 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ต.ค. 69 | 04:19 น.

ตลาดหุ้นไทยเช้าร่วง 11 จุด แตะ 1,560 จุด ไร้ปัจจัยใหม่ “พาย” แนะเน้นหุ้น Value ชู KKP หลังไตรมาส 3 กำไรโต 43% พร้อม BDMS รับคาดการณ์กำไรนิวไฮ

KEY

POINTS

  • ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้าเปิดตลาดปรับตัวลดลง 11.41 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,560.31 จุด
  • ภาพรวมการลงทุนยังคงขาดปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน และนักลงทุนรอติดตามการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
  • นักวิเคราะห์ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,560 – 1,580 จุด พร้อมแนะเน้นลงทุนในหุ้นคุณค่า (Value Stock)

ตลาดหุ้นไทยเช้าร่วง 11 จุด แตะ 1,560 จุด ไร้ปัจจัยใหม่ บล. พาย แนะเน้นหุ้น Value ชู KKP หลังไตรมาส 3 กำไรโต 43% พร้อม BDMS รับคาดการณ์กำไรนิวไฮ

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 20 ตุลาคม 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 11:03 น. ที่ระดับ 1,560.31 จุด ลดลง 11.41 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.70% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,574.97 - 1,560.04 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 19,999.41 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • PTTEP ราคา 156.50 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 1,190.83 ล้านบาท
  • KKP ราคา 117.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 2.62% มูลค่าซื้อขาย 1,135.93 ล้านบาท
  • DELTA ราคา 249.00 บาท ลดลง 3.00บาท หรือ 1.19% มูลค่าซื้อขาย 866.64 ล้านบาท
  • KTB ราคา 43.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 2.27% มูลค่าซื้อขาย 853.84 ล้านบาท
  • CPF ราคา 19.80 บาท ลดลง 1.30 บาท หรือ 6.16% มูลค่าซื้อขาย 792.69 ล้านบาท

ภาพรวมยังไร้ปัจจัยใหม่

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด(มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (20 ต.ค. 2569) ว่า เทคสหรัฐฯ ฟื้นตัวเล็กน้อยจากการปรับลงมาแรงก่อนหน้า โดยเช้านี้ KOSPI -2.2% ผสานกับน้ำมันดิบยังอยู่ระดับสูง ประเมิน Value Stock ยังปลอดภัยกว่า Growth ด้าน KKP รายงานกำไรในไตรมาส 3/2569 มากกว่าคาดการณ์ของทางฝ่าย จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตเด่น พร้อมเลือกเป็นหุ้นเด่นในวันนี้

ทั้งนี้ DJIA เมื่อคืนปิดลบ 36 จุด แต่ S&P500 ปิดบวก 0.4% พร้อม กับ Nasdaq ปิดบวก 1.1% นักลงทุนกลับมาซื้อหุ้นในกลุ่มชิปอีกครั้งหลังจากราคาปรับลงแรงในสัปดาห์ก่อนหน้า ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.28% หลังจากกลุ่มฮูตียกระดับการโจมตีในซาอุฯ

ภาพรวมตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่ๆ และไม่ได้มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืนที่สำคัญๆ มีเพียงดัชนีความเชื่อมั่นอสังหาฯ ในสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์และ GDP จีน ขยายตัว 4.5% เมื่อทเยบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งดีกว่าคาดการณ์ที่ 4.4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับีก่อน

ด้านผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ กลับมาฟื้นตัว อาจเป็นเพราะน้ำมันดิบที่เริ่มฟื้นตัวสถานการณ์เมื่อคืนของน้ำมันดิบค่อนข้างผันผวนแต่ท้ายที่สุดยังทรงตัวสูงที่ระดับ 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแต่กับ CME FED Watch ให้น้ำหนักราว 83% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ต.ค.

สำหรับคืนนี้รอดู ตัวเลขยอดสร้างบ้านใหม่และใบขออนุญาตก่อสร้าง และผลประกอบการที่จะทยอยรายงานออกมา และสัปดาห์หน้ารอติดตามความเคลื่อนไหวของหุ้นเทค (TECH) ขนาดใหญ่

ในส่วนตลาดหุ้นไทยนั้น บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยทยอยประกาศผลประกอบการออกมาอย่างเมื่อวานนี้มี KKP รายงานกำไรสุทธิเติบโตมากกว่าคาดการณ์ โดยเฉพาะแรงหนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ขยายตัว 28% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ตามการเติบโตของธุรกิจ Wealth คาดราคาหุ้นอาจตอบรับเชิงบวก

อย่างไรก็ตาม ประเมิน SET Index กรอบ 1,560 – 1,580 จุด เช้านี้ KOSPI -2.4% ยังดูไร้ การฟื้นตัวแม้เมื่อคืน TECH สหรัฐฯ จะฟื้นก็ตาม เชิงกลยุทธ์เน้นที่ Value Stock ประเมินว่าจะปลอดภัยกว่า เช่นกลุ่มธนาคารฯ (BBL KBANK KTB SCB KKP) ธุรกิจมั่นคง (ADVANC BDMS BH BCH PR9 TRUE) ค้าปลีก (HMPRO CPN CPALL) รวมถึง กลุ่มพลังงาน (PTT PTTEP PTTGC TOP) กลุ่มส่งออก (ITC TU)

หุ้นแนะนำ

KKP : ในไตรมาส 3/2569 กำไรเติบโต 43% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดดเด่นมากจากธุรกิจ Wealth ผสานกับสำรองหนี้ที่เติบโตเพียงเล็กน้อย 2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่รายได้ดอกเบี้ย +6.5%เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 135 บาท)

BDMS : คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 จะเป็นระดับสูงสุดใหม่ เติบโตจากไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากการเติบโตทั้งรายได้ผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงมีอัตราการรักษาโรคซับซ้อนสูงขึ้น (ซื้อ : ราคาเป้าหมาย 23 บาท)