
คลัง กาง 3 มิติ AI โชว์เวทีโลก ปั้น "นกกระซิบ" ติดปีกร้านค้ารายย่อยล้านราย
รมว.คลังขึ้นเวที IMF–World Bank Annual Meetings 2026 กางยุทธศาสตร์ “AI for All” ชูผลงาน "นกกระซิบ" ผู้ช่วย AI บนแอปถุงเงิน ที่มีร้านค้ารายย่อยใช้แล้วเกือบ 1 ล้านราย พร้อมเดินหน้าดึงลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์–เซมิคอนดักเตอร์ ควบคู่อัพสกิลแรงงานผ่านโครงการ Skill Bridge
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังนำเสนอยุทธศาสตร์ AI 3 มิติบนเวทีประชุมธนาคารโลกและ IMF ภายใต้แนวคิด "AI for All" เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
- เปิดตัวโครงการ "นกกระซิบ" ซึ่งเป็น AI ช่วยเหลือร้านค้าปลีกรายย่อยเกือบ 1 ล้านรายในการบริหารจัดการร้านและเข้าถึงสินเชื่อโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
- ยุทธศาสตร์ 3 มิติครอบคลุมการนำ AI มาใช้ในทุกภาคส่วน (AI in all), การพัฒนาทักษะแรงงานและสร้างงานใหม่ (All in AI) และการทำให้ทุกคนเข้าถึงประโยชน์จาก AI (AI for all)
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF - World Bank Annual Meetings 2026) ในหัวข้อการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้ในการสร้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ว่า บทบาทของ AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานและการดำเนินธุรกิจอย่างสิ้นเชิง ตลอดจนการแสวงหาแนวทางใช้ AI เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ชู 3 ยุทธศาสตร์ AI
สำหรับประเทศไทยนั้น ได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ภายใต้กรอบแนวคิด "AI for All" ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาใน 3 มิติหลักได้แก่
AI in all หรือการนำ AI มาใช้ในทุกส่วนเพื่อเพิ่มผลผลิต ได้มีการทำโครงการช่วยเหลือทางการเงิน เอไอ นกกระซิบ เพื่อช่วยให้ร้านค้าขนาดเล็กรับมือกับวิกฤตพลังงาน และก้าวไปสู่การใช้ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ เช่น แอปพลิเคชันกระเป๋าเงินมือถือที่ร้านค้าปลีกใช้เข้าถึงเงินช่วยเหลือ) ซึ่งช่วยบริหารจัดการสต็อกสินค้า คำนวณกำไร และช่วยให้ธนาคารเข้าใจธุรกิจของร้านค้าปลีกรายย่อยที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือประวัติเครดิตได้ดียิ่งขึ้น
"ปัจจุบันมีผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็กใช้งานแล้วเกือบ 1 ล้านราย ช่วยเปลี่ยนข้อมูลการทำธุรกรรมให้กลายเป็นโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงินพันธมิตร เช่น ธนาคารกรุงไทย โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันแบบเดิม"
อัพสกิลแรงงาน รองรับใช้งาน AI
All in AI คือ การสร้างขีดความสามารถและงานใหม่ ประเทศไทยดึงดูดการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Centers), เซมิคอนดักเตอร์, บริการคลาวด์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พร้อมทั้งร่วมมือกับสถาบันการศึกษาผ่านโปรแกรมสะพานทักษะ เพื่อฝึกอบรมแรงงานให้ตรงกับความต้องการของนักลงทุน และลดต้นทุนการใช้ AI เพื่อให้สตาร์ทอัพและมหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาเครื่องมือ AI ของตนเองได้
AI for all คือ AI สำหรับทุกคน ต้องมั่นใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เนื่องจากแต่ละคนมีความสามารถในการปรับตัวต่อ AI ไม่เท่ากัน ภาครัฐจึงเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและงบประมาณ เพื่อให้ความช่วยเหลือเรื่องรายได้และการฝึกทักษะใหม่ (Reskilling) ได้ตรงจุด พร้อมทั้งร่วมมือระดับนานาชาติในการป้องกันความเสี่ยงใหม่ๆ เช่น การฉ้อโกงออนไลน์และ Deepfakes เพื่อให้ AI ถูกกำกับดูแลอย่างมีความรับผิดชอบ
“ไทยพร้อมจับมือกับธนาคารโลกและองค์กรระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้การพัฒนา AI เป็นไปอย่างปลอดภัย รับผิดชอบ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างยั่งยืน”







