
ตลท.ยัน TRS ต่างชาติไม่ผิดเกณฑ์ เตรียมแยกบัญชี P1-P2 ปรับข้อมูลย้อนหลัง
ตลท.ยันธุรกรรม TRS ต่างชาติผ่านบัญชี Prop Trade ไม่ผิดเกณฑ์ เตรียมแยกบัญชี P1-P2 ปรับข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2568 คาดไม่กระทบ Fund Flow สุทธิ แต่มีผลต่อ Market Share โบรกเกอร์ นัดหารือ 28 ต.ค.นี้
KEY
POINTS
- ตลท. ยืนยันว่าธุรกรรม Total Return Swap (TRS) ของนักลงทุนต่างชาติเป็นเครื่องมือทางการเงินมาตรฐานสากลและไม่ผิดกฎเกณฑ์
- เตรียมหารือกับ ก.ล.ต. และโบรกเกอร์เพื่อแยกบัญชีสำหรับธุรกรรม TRS ออกจากบัญชี Prop Trade ปกติ โดยอาจกำหนดเป็น P1 และ P2 เพื่อความโปร่งใส
- จะมีการปรับปรุงข้อมูลการซื้อขายย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะไม่กระทบยอดซื้อขายสุทธิของต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ แต่มีผลต่อสัดส่วนวอลุ่มและส่วนแบ่งตลาดของโบรกเกอร์
“อัสสเดช” ผู้จัดการ ตลท. ยืนยันธุรกรรม Total Return Swap (TRS) ของต่างชาติผ่านบัญชี Prop Trade เป็นเครื่องมือการเงินมาตรฐานสากล ไม่ผิดเกณฑ์ เตรียมหารือ ก.ล.ต. และโบรกเกอร์ แยก TRS ออกจากบัญชี Prop Trade ปกติ ตั้งเป็น P1-P2 พร้อมปรับข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2568 คาดไม่กระทบยอดซื้อขายสุทธิต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ แต่มีผลต่อสัดส่วนวอลุ่มและ Market Share โบรกเกอร์ นัดหารือ 28 ต.ค.นี้
ตลท.ยัน TRS เครื่องมือสากล ไม่ผิดกฎเกณฑ์
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกบริษัทหลักทรัพย์ตั้งคำถามเกี่ยวกับการที่นักลงทุนต่างชาติทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นผ่านบัญชีของโบรกเกอร์ในลักษณะ Total Return Swap (TRS) หรือธุรกรรมแบบ Back-to-Back ว่า TRS เป็นเครื่องมือทางการเงินที่เป็นมาตรฐานสากลและมีการใช้งานในตลาดทั่วโลก โดยธุรกรรมดังกล่าวไม่ได้เป็นการดำเนินการที่ผิดกฎเกณฑ์แต่อย่างใด
โครงสร้างธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการลงทุนในหุ้น แต่ไม่ต้องการเปิดบัญชีซื้อขายโดยตรง ทำสัญญา OTC กับบริษัทหลักทรัพย์ และมอบหมายให้โบรกเกอร์เข้าซื้อหุ้นเป้าหมายแทน โดยบริษัทหลักทรัพย์จะใช้บัญชี Prop Trade ซื้อขายหุ้นในตลาด เพื่อบริหารความเสี่ยงจากสัญญาที่ทำไว้กับนักลงทุนต่างชาติ
โบรกเกอร์ซื้อหุ้น Hedging แต่ต่างชาติรับความเสี่ยง
สำหรับรูปแบบธุรกรรม TRS นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้รับความเสี่ยงจากผลกำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงของหุ้นอ้างอิง ขณะที่โบรกเกอร์ซึ่งเป็นคู่สัญญาจะเข้าซื้อหรือขายหุ้นในตลาดเพื่อบริหารความเสี่ยง หรือ Hedging ของบริษัทเอง
ปัจจุบันธุรกรรมลักษณะดังกล่าว ถูกบันทึกเป็นยอดซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ หรือ Foreign (F) แม้การซื้อขายหุ้นบนกระดานจะดำเนินการผ่านบัญชี Prop Trade ของโบรกเกอร์ก็ตาม
ขณะที่สมาชิกบริษัทหลักทรัพย์ส่วนใหญ่มองว่า ควรบันทึกยอดซื้อขายดังกล่าวรวมไว้ในบัญชี Prop Trade (P) เนื่องจากผู้ที่ดำเนินธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยตรงคือบริษัทหลักทรัพย์
ตลท.เร่งคำนวณข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 68
นายอัสสเดชกล่าวว่า ตลท.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและคำนวณตัวเลขย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มเห็นการทำธุรกรรมลักษณะดังกล่าว เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องและสะท้อนรูปแบบการทำธุรกรรมอย่างเหมาะสม
จากการคำนวณเบื้องต้น หากมีการปรับการจัดประเภทและนำธุรกรรมดังกล่าวไปรวมระหว่าง F กับ P จะไม่ส่งผลกระทบต่อยอดซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นบวก
อย่างไรก็ตาม การปรับวิธีบันทึกข้อมูลอาจส่งผลต่อสัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงการคำนวณส่วนแบ่งตลาด หรือ Market Share ของบริษัทหลักทรัพย์บางแห่ง โดยสัดส่วนวอลุ่มของต่างชาติอาจลดลง ขณะที่สัดส่วนการซื้อขายของฝั่งโบรกเกอร์อาจเพิ่มขึ้น
แยกบัญชี TRS เป็น P1-P2 เพิ่มความโปร่งใส
เพื่อให้การเปิดเผยและตรวจสอบข้อมูลมีความโปร่งใสมากขึ้น เบื้องต้น ตลท.และบริษัทหลักทรัพย์ได้หารือแนวทางให้ธุรกรรม TRS แยกออกจากบัญชี Prop Trade ปกติอย่างชัดเจน โดยอาจกำหนดเป็นบัญชี P1 และ P2 เพื่อให้ ตลท.สามารถตรวจสอบที่มาของคำสั่งซื้อขายและลักษณะธุรกรรมได้อย่างชัดเจน
แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ข้อมูลสามารถสะท้อนผู้ที่ทำธุรกรรมในตลาดได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันยังทำให้ ตลท.สามารถติดตามและตรวจสอบธุรกรรม TRS ได้โดยไม่ปะปนกับธุรกรรม Prop Trade ประเภทอื่น
ตลท.หารือ ก.ล.ต. ก่อนสรุปข้อมูล 28 ต.ค.
ขั้นตอนต่อไป ตลท.จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้แนวทางการจัดประเภทและการบันทึกข้อมูลมีความสอดคล้องกัน รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของนักลงทุนมากที่สุด
ทั้งนี้ ตลท.จะเร่งรวบรวมข้อมูลและหารือร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์อีกครั้งในวันที่ 28 ต.ค.นี้ ก่อนสรุปข้อมูลและแนวทางดำเนินการเพื่อสื่อสารอย่างเป็นทางการต่อไป
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ย้ำว่าต้องการปรับปรุงข้อมูลย้อนหลังให้ถูกต้อง เพื่อให้นักลงทุนทั้งตลาดสามารถเห็นข้อมูลที่ชัดเจนและสะท้อนข้อเท็จจริงของธุรกรรมได้อย่างเหมาะสม







