
‘GULF’ ทุ่ม 466.5 ล้าน ซื้อหุ้น GUNKUL 50% รับสัดส่วนกำลังผลิต 336.7 เมกฯ
GULF ทุ่มเงิน 466.5 ล้านบาท ซื้อหุ้น GUNKUL 50% รับสัดส่วนกำลังผลิต 336.7 เมกะวัตต์ จากโครงการรวม 673.4 เมกฯ หนุนเป้าพลังงานหมุนเวียน 40%
KEY
POINTS
- บริษัท กัลฟ์ฯ (GULF) ใช้เงินลงทุน 466.5 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 50% ใน 7 บริษัทย่อยของกันกุล (GUNKUL)
- การลงทุนนี้ทำให้ GULF ได้รับส่วนแบ่งกำลังการผลิตไฟฟ้า 336.7 เมกะวัตต์ จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมรวม 12 โครงการ
- โครงการทั้งหมดได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. เป็นระยะเวลา 25 ปี และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2570-2573
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด (GRE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้น 100% เข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 50% ใน 7 บริษัทของบริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL รวมมูลค่าลงทุนประมาณ 466.5 ล้านบาท โดย GUNKUL ยังถือหุ้นส่วนที่เหลืออีก 50%
โดยทั้ง 7 บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นและผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในไทย รวม 12 โครงการ กำลังการผลิตตามสัญญารวม 673.4 เมกะวัตต์ หลังการซื้อหุ้น GRE จะมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของ (Equity MW) 336.7 เมกะวัตต์
โครงการทั้งหมดลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. อายุ 25 ปีแล้ว และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2570 - 2573 โดยเป็นโครงการแบบ Feed-in Tariff (FiT) อัตรารับซื้อไฟฟ้าของโซลาร์ฟาร์ม 2.1579 - 2.1679 บาทต่อหน่วย แบบ Solar BESS รับซื้อ 2.8331 บาทต่อหน่วย และพลังงานลม 3.1014 บาทต่อหน่วย
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ GUNKUL และสนับสนุนเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ไม่ต่ำกว่า 40% ภายในปี 2578 ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศในระยะยาว







