thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 253 จุด S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮ น้ำมันลงลดแรงกดดันเงินเฟ้อ

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 253 จุด S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮ น้ำมันลงลดแรงกดดันเงินเฟ้อ

07 ต.ค. 69 | 00:46 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ต.ค. 69 | 00:46 น.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 253 จุด แตะ 51,521 จุด S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮ ตลาดคลายกังวลเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยเฟด นักลงทุนลุ้นกำไรไตรมาส 3 โต 30.6%

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 253 จุด ขณะที่ S&P500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์
  • ปัจจัยหนุนหลักมาจากการที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลงตาม
  • นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป หลังแรงกดดันด้านเงินเฟ้อผ่อนคลายลง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกกว่า 200 จุดในวันอังคาร (6 ต.ค.) 

ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลหลังจากราคาน้ำมันย่อตัวลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลง 

นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ในวันนี้ รวมทั้งรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์หน้า 

  • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 51,521.28 จุด เพิ่มขึ้น 253.38 จุด หรือ +0.49%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,818.93 จุด เพิ่มขึ้น 44.98 จุด หรือ +0.58%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,599.79 จุด เพิ่มขึ้น 122.48 จุด หรือ +0.45%

นักวิเคระห์จากบริษัท Wealthspire Advisors ในนิวยอร์ก ระบุว่า การย่อตัวลงของราคาน้ำมันช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลงด้วย ซึ่งปัจจัยนี้ช่วยหนุนตลาดดีดตัวขึ้น

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 253 จุด S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮ น้ำมันลงลดแรงกดดันเงินเฟ้อ

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 5.256% หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2545 เมื่อวันจันทร์ (5 ต.ค.) โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเป็นอัตราอ้างอิงหลักสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และหนี้บัตรเครดิต

ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเภทอื่น ๆ ปรับตัวลงเช่นกัน รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ซึ่งโดยทั่วไปมักตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมักจะปรับตัวตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ตลาดคลายกังวลเงินเฟ้อ

ก่อนหน้านี้ นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนนี้ หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่ราคาน้ำมันย่อตัวลงในวันอังคาร เนื่องจากตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทาน หลังจากประเทศในกลุ่ม G7 มีมติเห็นพ้องในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน

ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 21.6% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 70.9% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคพุ่งขึ้น 3.01% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวขึ้น 1.39% ส่วนหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวลง 0.16% 

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 253 จุด S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮ น้ำมันลงลดแรงกดดันเงินเฟ้อ

 

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นด้วย โดยหุ้น Marvell Technology ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบชิป พุ่งขึ้น 5.8% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ในปี 2571 เนื่องจากมั่นใจว่าความต้องการชิปที่ใช้ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) จะเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

หุ้น AMD ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ ปรับตัวขึ้น 2.8% หลังจากลิซา ซู ซีอีโอของบริษัทประกาศแผนเพิ่มปริมาณการจัดส่งชิปอย่างมีนัยสำคัญในปี 2570 เพื่อตอบสนองความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างมาก

ฤดูกาลรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 3 จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า ประเดิมด้วยผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ขณะที่ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรโดยรวมของบริษัทในดัชนี S&P500 จะเพิ่มขึ้น 30.6% เมื่อเทียบรายปี นำโดยกำไรในกลุ่มพลังงานที่คาดว่าจะพุ่งขึ้น 114.7% ตามด้วยกำไรในกลุ่มเทคโนโลยีที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 66.5%

สหรัฐฯขาดดุลการค้าเพิ่ม 13.7%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 13.7% สู่ระดับ 1.056 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.02 แสนล้านดอลลาร์ และถือเป็นการขาดดุลมูลค่าสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2568 โดยได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

ยอดนำเข้าในเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 4.3% สู่ระดับ 4.208 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดส่งออกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.152 แสนล้านดอลลาร์

นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของเฟดในวันนี้ (7 ต.ค.) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ตามการคาดการณ์ของตลาด