thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 20 จุด ฟื้นหลังบอนด์ยีลด์ชะลอ จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 20 จุด ฟื้นหลังบอนด์ยีลด์ชะลอ จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

02 ต.ค. 69 | 00:22 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 69 | 00:22 น.

หุ้นสหรัฐฯ ฟื้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 20 จุด แตะ 50,926 จุด ฟื้นหลังบอนด์ยีลด์ชะลอ จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ ด้าน S&P500 +0.19% Nasdaq +0.04%

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย โดยฟื้นตัวขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ชะลอตัวลง
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายปี ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืม
  • นักลงทุนกำลังจับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) โดยตลาดฟื้นตัวหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ชะลอตัวลง 

หลังจากที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED)

  • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 50,926.56 จุด เพิ่มขึ้น 20.51 จุด หรือ +0.04%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,666.45 จุด เพิ่มขึ้น 14.91 จุด หรือ +0.19%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,871.60 จุด เพิ่มขึ้น 10.53 จุด หรือ +0.04%

ในช่วงแรกของการซื้อขาย ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งแตะ 5.327% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี เนื่องจากตลาดพันธบัตรเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น และบั่นทอนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 20 จุด ฟื้นหลังบอนด์ยีลด์ชะลอ จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

 

ตลาดยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นหลังจากจีนประกาศระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันในเดือนต.ค. ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัวในตลาดโลก ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 2.71% ปิดที่ 92.87 เหรียญ/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้น 4.37% ปิดที่ 102.31 เหรียญ/บาร์เรล

ผลตอบแทนพันธบัตรชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรชะลอตัวลงในเวลาต่อมา เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาซื้อคืนในตลาดพันธบัตร นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังปรับตัวลงหลังจากฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานเฟด ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจสามารถอดทนรอคอยก่อนที่จะตัดสินใจว่าควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหรือไม่ หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้น 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย.

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ซึ่งมักเคลื่อนไหวตามการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเฟด ปรับตัวลง 0.10% ซึ่งเป็นการลดลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2568 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี และ 30 ปี ปรับตัวลง 0.05% และ 0.03% 

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนส.ค.ที่ออกมาต่ำกว่าคาดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (30 ก.ย.) ซึ่งทำให้นักลงทุนปรับลดน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค.ลงเหลือ 28.2% จากก่อนหน้านี้ที่ระดับ 68.6% ตามข้อมูลของ CME FedWatch

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ ร่วงลง 1.30% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารร่วงลง 1.20% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.92% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 1% 

 

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น 0.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ปรับตัวขึ้น 1% ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Accenture บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยหุ้น Accenture ปิดพุ่งขึ้น 15.78% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ตลอดปีสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 20 จุด ฟื้นหลังบอนด์ยีลด์ชะลอ จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

 

หุ้น Micron Technology พุ่งขึ้น 3% หลังบริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาสที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ทั้งนี้ ผลประกอบการของ Micron ได้ช่วยหนุนหุ้นผู้ผลิตชิปรายอื่น ๆ โดยหุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 1.1% และหุ้น, AMD บวก 0.65%

ผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯลด 1,000 ราย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 197,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 200,000 ราย

สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตลดลงสู่ระดับ 54.5 ในเดือนก.ย. จากระดับ 54.6 ในเดือนส.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.8 แต่ดัชนียังคงสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงขยายตัว และเป็นการขยายตัวเดือนที่ 8 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ (2 ต.ค.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 98,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ 4.1%