thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยเปิดบวก 8.89 จุด ไต่ระดับ 1,572.80 จุด รับแรงซื้อ TRUE-KTB-TOP

หุ้นไทยเปิดบวก 8.89 จุด ไต่ระดับ 1,572.80 จุด รับแรงซื้อ TRUE-KTB-TOP

02 ต.ค. 69 | 03:42 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 69 | 03:42 น.

SET เปิดบวก 8.89 จุด มูลค่าซื้อขายกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่โบรกมองอัพไซด์จำกัด เหตุน้ำมัน–บอนด์ยีลด์สูง ต่างชาติขายต่อเนื่อง แนะเพิ่มเงินสดและเลือกหุ้นพลังงาน–Defensive อย่างระมัดระวัง

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยเปิดภาคเช้าบวก 8.89 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,572.80 จุด
  • ดัชนีปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่อย่าง TRUE, KTB และ TOP ซึ่งมีมูลค่าซื้อขายสูงสุด
  • นักวิเคราะห์มองว่าการปรับขึ้นมีกรอบจำกัด (upside จำกัด) จากปัจจัยกดดันเรื่องราคาน้ำมัน, บอนด์ยีลด์ที่สูง และแรงขายต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ

SET เปิดบวก 8.89 จุด มูลค่าซื้อขายกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่โบรกมองอัพไซด์จำกัด เหตุน้ำมัน–บอนด์ยีลด์สูง ต่างชาติขายต่อเนื่อง แนะเพิ่มเงินสดและเลือกหุ้นพลังงาน–Defensive อย่างระมัดระวัง

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 2 ตุลาคม 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 10:31 น. ที่ระดับ 1,572.80 จุด เพิ่มขึ้น 8.89 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.49% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,574.90-1,564.97 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 20,249.60 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • TRUE ราคา 12.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 2.40% มูลค่าซื้อขาย 2,099.54 ล้านบาท
  • KTB ราคา 42.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 2.42% มูลค่าซื้อขาย 1,624.54 ล้านบาท
  • TOP ราคา 71.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท หรือ 6.72% มูลค่าซื้อขาย 1,137.20 ล้านบาท
  • KBANK ราคา 237.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.72% มูลค่าซื้อขาย 1,110.34 ล้านบาท
  • PTTGC ราคา 50.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.52% มูลค่าซื้อขาย 932.85 ล้านบาท

หุ้นไทยปรับขึ้นได้ไม่ไกล

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (2 ต.ค. 69) ว่า DJIA เมื่อคืนปิดบวก 20 จุด (+0.04%) ตลาดยังฟื้นตัวอย่างจำกัดจากการทรงตัวสูงของ Bond Yield และราคาน้ำมันดิบที่กลับมาฟื้นตัว ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวกมากถึง 4.4% หลังมีรายงานว่าจีนสั่งระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันอาจทำให้ทั่วโลกขาดแคลนน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นยังเป็นตัวจำกัด Upside ตลาด ประกอบกับเมื่อคืนมีการประกาศดัชนี PMI ภาคผลิตของสหรัฐฯ พบว่า ดัชนีราคามากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สะท้อนภาวะเงินเฟ้อที่อาจยืดเยื้อและน้ำมันดิบที่สูงจะเป็นอีกปัจจัยกดดันเงินเฟ้อเช่นกัน โดยล่าสุด CME FED Watch เชื่อ FED จะคงดอกเบี้ยใน การประชุมเดือน ต.ค. (ปลายเดือน)

แต่อย่างไรก็ตามอาจให้น้ำหนักกับ Bond Yield มากกว่าที่ยังคงอยู่ระดับสูง สะท้อนว่าตลาดกำลังมองความเสี่ยงที่มากขึ้นของสหรัฐฯ เป็นไปได้ทั้งเงินเฟ้อที่สูงและภาระหนี้สินสูง คืนนี้รอติดตามตัวเลขสำคัญอย่างการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน ตลาด คาดไว้ที่ 8.9 หมื่นตำแหน่งและ 4.1% ตามลำดับ 

ต่างชาติเดินหน้าขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง วานนี้ขายอีก 3.5 พันล้านบาท ผสานกับเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งขึ้นจากการปรับขึ้น ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ซึ่งจะกดดันกำลังซื้อในภาพรวมมีผลกระทบ เชิงลบกับเศรษฐกิจ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศก็มิได้เป็นบวกกับตลาดเท่าใดนักโดยเฉพาะสงครามที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ 

วันนี้ ทางฝ่ายประเมิน SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,550-1,570 จุด ยังเชื่อว่าปรับขึ้นได้ไม่ไกล กลยุทธ์ การลงทุนอาจเพิ่มเงินสดบ้าง หุ้นแนะนำได้แก่กลุ่มพลังงาน (PTT PTTEP PTTGC TOP) กลุ่ม Defensive (BCH BDMS BH PR9 ADVANC) ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่นิ่ง ศูนย์การค้า (CPN) เช้านี้พบ KOSPI -0.4% มองเป็นปัจจัยกดดันตลาด

หุ้นแนะนำ

BCH : การปรับค่ารักษาประกันสังคม เรามีมุมมองบวกต่อ BCH และคาดจะได้ข้อสรุปภายในเดือน ต.ค. หลังไม่มีการปรับค่ารักษาเหมาจ่ายรายหัวมาราว 4 ปี รวมถึงการอนุมัติให้แรงงานนอกระบบ 3 กลุ่ม ได้เข้าประกันสังคม (ม.33) (ซื้อ : ราคา 13.20 บาท)

PR9 : ไตรมาส 3/2569 คาดจะขยายตัวทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากการลงทุนเครื่องมือรักษาโรคเฉพาะทาง อาทิ เครื่องฉีดสีสวนหลอดเลือด 2 ระนาบ (Biplane Angiography) เครื่องที่ 2 และห้องบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (ซื้อ : ราคา 20.00 บาท)