
หุ้น THAI อ่อนตัว รับแรงกดดันข่าวลือพักงานดีดี บอร์ดนัดพิเศษถกแก้วิกฤติบริการ
หุ้น THAI เปิดลบ 0.88% จับตาบอร์ดนัดพิเศษถกวิกฤติบริการสุวรรณภูมิ ประธานบอร์ดยืนยันไม่มีวาระปลดดีดี แม้มีกระแสข่าวลือพักงาน ขณะเร่งเคลียร์กระเป๋าตกค้างและเที่ยวบินล่าช้า
KEY
POINTS
- ราคาหุ้น THAI ปรับตัวลดลงจากแรงกดดันของปัญหาวิกฤตบริการภาคพื้นดินและเที่ยวบินล่าช้า
- คณะกรรมการการบินไทยนัดประชุมพิเศษเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการให้บริการที่เกิดขึ้น
- มีกระแสข่าวลือว่าอาจมีการสั่งพักงานประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ดีดี) แม้ประธานบอร์ดจะปฏิเสธวาระการปลดออกจากตำแหน่ง
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดตลาดวันนี้ (2 ตุลาคม 2569) ณ เวลา 10.05 น. ที่ 5.60 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือ 0.88% ระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 5.60–5.70 บาท มูลค่าซื้อขาย 49.70 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร หลังบริษัทเผชิญปัญหาบริการภาคพื้นและเที่ยวบินล่าช้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
โดยวันนี้ (2 ตุลาคม 2569) คณะกรรมการ THAI นัดประชุมพิเศษเพื่อติดตามสถานการณ์และหารือแนวทางแก้ปัญหา รวมถึงวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ หลังปัญหาขาดแคลนแรงงานกระทบการจัดการสัมภาระและการให้บริการผู้โดยสารเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ดี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังและประธานบอร์ดการบินไทย ยืนยันว่า การประชุมครั้งนี้ไม่มีวาระปลดนายชาย เอี่ยมศิริ ออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
แม้เช่นนั้น ยังมีกระแสข่าวว่าอาจมีคำสั่งพักงานนายชาย และแต่งตั้งนายสัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการบริษัท ขึ้นปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทน โดยข่าวดังกล่าวยังไม่ใช่มติที่ประกาศอย่างเป็นทางการ ขณะที่กระบวนการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ปิดรับสมัครแล้ว มีผู้สมัคร 8 คน และอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสาร โดยสัญญาจ้างของนายชายจะสิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2570
ด้านการแก้ปัญหาหน้างานนั้น สถานการณ์เที่ยวบินเริ่มดีขึ้น โดยเปิดให้บริการแล้ว 196 เที่ยวบิน จากทั้งหมด 230 เที่ยวบิน ขณะที่เที่ยวบินขาออกตรงเวลา 81% และขาเข้าตรงเวลา 90% ส่วนสัมภาระผู้โดยสารขาเข้ารับคืนครบแล้ว และกระเป๋าตกค้างจากวันที่ 26 กันยายนเคลียร์เสร็จสิ้น อย่างไรก็ดี ยังมีสัมภาระตกค้างของวันที่ 27–28 กันยายนประมาณ 2,200 ใบ และกระเป๋าเปลี่ยนเครื่องรอขนส่งอีกราว 7,000 ใบ
บริษัทปรับลดเที่ยวบิน 15 เที่ยวบินในวันที่ 1 ตุลาคม และ 9 เที่ยวบินในวันที่ 2 ตุลาคม เพื่อให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการปฏิบัติการ พร้อมเตรียมกลับมาให้บริการทุกเที่ยวบินในวันที่ 3 ตุลาคมนี้
สำหรับนักลงทุน ประเด็นที่ต้องติดตามจึงมีทั้งความคืบหน้าการฟื้นฟูบริการและผลการประชุมบอร์ด เพราะความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของสายการบินจะขึ้นอยู่กับว่าบริษัทจะคลี่คลายปัญหาหน้างานได้ต่อเนื่องเพียงใด และมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำได้จริงหรือไม่





