
SCB EIC ชี้ตลาดพลังงานปี 70 คลายตึงตัว น้ำมันขาลง แต่ภูมิรัฐศาสตร์เสี่ยงสูง
SCB EIC มองตลาดพลังงานปี 2570 น้ำมันคลายตึงตัว ราคามีแนวโน้มลดลงแต่ยังเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่โรงกลั่น-ปิโตรเคมีเผชิญ Oversupply แนะปรับพอร์ตสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง
KEY
POINTS
- SCB EIC คาดการณ์ว่าตลาดน้ำมันโลกปี 2570 จะผ่อนคลายลง เนื่องจากอุปทานจากกลุ่ม Non-OPEC+ เติบโตเร็วกว่าอุปสงค์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า
- อย่างไรก็ตาม ตลาดจะยังคงมีความผันผวนสูงจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
- ธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีจะเผชิญแรงกดดัน โดยค่าการกลั่นมีแนวโน้มลดลง และตลาดปิโตรเคมียังคงประสบภาวะอุปทานล้นตลาด
- สำหรับราคาขายปลีกในไทยอาจปรับลดลงได้ยาก แม้ราคาน้ำมันดิบโลกจะอ่อนตัวลง เนื่องจากกองทุนน้ำมันยังมีภาระหนี้สูง
SCB EIC ประเมินทิศทางอุตสาหกรรมพลังงานปี 2570 ตลาดน้ำมันมีแนวโน้มผ่อนคลาย หลังอุปทานฟื้นและกำลังผลิต Non-OPEC+ เพิ่มเร็วกว่าดีมานด์ กดดันราคาน้ำมันลดลงจากปี 2569 แต่ยังผันผวนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่โรงกลั่นเผชิญแรงกดดันระยะกลาง ส่วนปิโตรเคมียังเจอ Oversupply ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับพอร์ตสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง
SCB EIC มองความต้องการใช้น้ำมันโลกยังขยายตัว แต่ชะลอลงตามเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง การขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า และประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น ขณะที่อินเดียและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชียจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการขับเคลื่อนอุปสงค์
ด้านอุปทาน กำลังการผลิตจากทั้ง OPEC+ และ Non-OPEC ยังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐฯ บราซิล กายอานา อาร์เจนตินา แคนาดา และ UAE หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลาย การผลิตและการขนส่งที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติอาจทำให้อุปทานเติบโตแซงหน้าความต้องการ
ฮอร์มุซดันโลกเร่งสร้างทางเลือก ความมั่นคง Supply Chain กลายเป็น New Normal
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทำให้ผู้ผลิตในตะวันออกกลางเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางส่งออกสำรอง ทั้ง Pipeline และท่าเรือทางเลือก สะท้อนว่าความยืดหยุ่นของ Supply Chain จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญของอุตสาหกรรมน้ำมันในระยะต่อไป
โรงกลั่นปี 70 ค่าการกลั่นลดลง หลัง Supply ฟื้น ก่อนเจอแรงกดดันรอบใหม่
ค่าการกลั่นในปี 2570 มีแนวโน้มทยอยลดลงจากระดับสูงในปี 2569 หลัง Global refinery runs ฟื้นตัวและโรงกลั่นในตะวันออกกลางทยอยกลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอาจใช้เวลา เนื่องจากการซ่อมแซมโรงกลั่นและโครงสร้างพื้นฐานต้องใช้ระยะเวลา
ช่วงปี 2571–2573 ธุรกิจโรงกลั่นยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังการกลั่นใหม่ในจีน อินเดีย และตะวันออกกลาง รวมถึงอุปสงค์ Gasoline ที่ถูกกดดันจาก EV ขณะที่ Jet Fuel และ Diesel ยังมีแนวโน้มเติบโตดีกว่า
ปิโตรเคมีเจอ Oversupply ต่อเนื่อง Spread ฟื้นจำกัด
ตลาดปิโตรเคมีปี 2570–2573 ยังเผชิญปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน แม้ Supply Disruption จะช่วยพยุง Spread ได้เพียงระยะสั้น โดยอุปสงค์ยังเติบโตจากบรรจุภัณฑ์ การแพทย์ EV อิเล็กทรอนิกส์ และการบริโภคในประเทศกำลังพัฒนา แต่ขยายตัวช้ากว่าอดีต
ขณะที่กำลังการผลิตใหม่จากจีน ตะวันออกกลาง และสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเร็วกว่าดีมานด์ กดดันอัตราการใช้กำลังการผลิตและทำให้ Commodity Spread ฟื้นตัวได้จำกัด โดยเฉพาะ PE และ PP ส่วนผลิตภัณฑ์ Specialty และ HVA มีแนวโน้มดีกว่า
โรงงานไทยเร่งปรับพอร์ต รับการแข่งขันสินค้าต้นทุนต่ำ
สำหรับไทย การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกกลุ่มดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ช่วยพยุงความต้องการพลาสติกในประเทศ แต่ผู้ประกอบการยังต้องปรับพอร์ตไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง พร้อมบริหารต้นทุนเพื่อรับมือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
ราคาหน้าปั๊มไทยลดช้ากว่าน้ำมันโลก จับตาภาระหนี้กองทุนน้ำมัน
ตลาดน้ำมันในประเทศปี 2570 ราคาขายปลีกมีแนวโน้มปรับลดลงได้ยาก แม้ราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัว เนื่องจากกองทุนน้ำมันยังมีภาระหนี้สูงและต้องบริหารกระแสเงินสดเพื่อชำระหนี้สะสม ขณะที่ราคาดีเซลมีแนวโน้มทรงตัวมากกว่าจะปรับลดลงทันที
ด้านธุรกิจสถานีบริการน้ำมันต้องรับมือกับความต้องการเชื้อเพลิงที่เติบโตจำกัดและการเพิ่มขึ้นของ EV ทำให้ผู้ประกอบการต้องสร้างรายได้จาก Non-oil, Convenience, Fleet Solutions และบริการที่ตอบโจทย์การเดินทางมากขึ้น
จับตานโยบาย B7-B5 กระทบ Biofuel ปี 70
ความต้องการเอทานอลในปี 2570 มีแนวโน้มเพิ่มประมาณ 3% ตามการใช้ Gasohol ขณะที่ราคาเอทานอลอาจสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ ส่วน B100 มีความเสี่ยงหดตัว หากภาครัฐปรับสัดส่วนผสมดีเซลจาก B7 กลับเป็น B5 ทำให้นโยบาย Oil Plan และ Blending Mandate เป็นตัวแปรสำคัญของธุรกิจ Biofuel
SCB EIC ชี้เกมพลังงานเปลี่ยนจาก “เพิ่มกำลังผลิต” สู่ “ยืดหยุ่น-มั่นคง-รักษา Margin”
SCB EIC มองว่า ทิศทางอุตสาหกรรมพลังงานกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันเพิ่มกำลังการผลิต ไปสู่การแข่งขันด้านความยืดหยุ่น ความมั่นคง และความสามารถในการเลือกผลิตภัณฑ์ โดยผู้ประกอบการที่มีแหล่งจัดหาวัตถุดิบหลากหลาย มีโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางขนส่งสำรอง สามารถปรับ Feedstock และ Product Mix ได้รวดเร็ว รวมถึงมีผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง จะมีความสามารถในการรับมือกับความผันผวนได้มากขึ้น







