
ราคาน้ำมันโลกปิดบวก WTI 92.60 เหรียญ Brent 105.28 เหรียญ ตลาดจับตาฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังเสี่ยงอุปทานตึงตัว WTI บวก 0.21% Brent แตะ 105.28 เหรียญต่อบาร์เรล ตลาดจับตาช่องแคบฮอร์มุซ แม้การส่งออกตะวันออกกลางฟื้นตัว
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดบวกที่ 92.60 ดอลลาร์/บาร์เรล และ BRENT ปิดบวกที่ 105.28 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ราคาปรับตัวขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานตึงตัว หลังสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพของอิหร่านที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ
- ตลาดจับตาการเจรจาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านโดยมีกาตาร์เป็นคนกลาง ซึ่งอาจช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้
ราคาน้ำมันโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (28 ก.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัว
หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน โดยราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังมีรายงานว่าผู้ไกล่เกลี่ยของกาตาร์จะจัดการเจรจาร่วมกับฝ่ายอิหร่านและสหรัฐฯ โดยคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 19 เซนต์ หรือ 0.21% ปิดที่ 92.60 เหรียญ/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 96 เซนต์ หรือ 0.92% ปิดที่ 105.28 เหรียญ/บาร์เรล
ทั้งนี้ ในช่วงต้นของการซื้อขาย ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 4 เหรียญ หลังจากปธน.ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพแบบมีเงื่อนไขของอิหร่าน ซึ่งเป็นข้อเสนอที่มีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันลดช่วงบวกในเวลาต่อมา หลังจากสื่อรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์อาจจัดการเจรจาแยกกันกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่นครนิวยอร์ก และกับฝ่ายสหรัฐฯ ในวันจันทร์หรือวันอังคาร โดยคาดว่าการเจรจาจะมุ่งเน้นไปที่ข้อเสนอระยะเวลา 7 วันฉบับปรับปรุงแก้ไขซึ่งอิหร่านได้นำเสนอไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA)
รายงานระบุว่า อารักชียังคงอยู่ที่นครนิวยอร์ก หลังเข้าร่วมการประชุม UNGA และขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเป็นตัวแทนของฝ่ายสหรัฐฯ ในการเจรจากับผู้ไกล่เกลี่ย
สำหรับความเคลื่อนไหวด้านอื่น ๆ นั้น สื่อของทางการซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ได้เดินทางถึงกรุงวอชิงตันในวันจันทร์ เพื่อร่วมหารือกับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
ยอดการส่งออกน้ำมันดิบจากรายใหญ่ฟื้น
ด้าน Kpler เปิดเผยข้อมูลล่าสุดในวันจันทร์ว่า ยอดการส่งออกน้ำมันดิบจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในตะวันออกกลางฟื้นตัวขึ้นในเดือนก.ย. สู่ระดับ 12.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเปิดฉากขึ้นในเดือนก.พ. เนื่องจากซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้เร่งเพิ่มการส่งออก
นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า การฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซปรับตัวดีขึ้น พร้อมกับคาดการณ์ว่ายอดการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบนี้จะแตะระดับประมาณ 7.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนนี้
นักวิเคราะห์จากธนาคาร UBS ระบุว่า แม้การจราจรของเรือขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณการไหลเวียนของน้ำมันยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอิหร่าน ซึ่งบ่งชี้ว่าภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดยังคงตึงตัว
นักลงทุนจับตาสหรัฐฯห้ามส่งออกดีเซล
นักลงทุนยังคงจับตามาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ โดยล่าสุดทรัมป ระบุว่า ทำเนียบขาวยังคงพิจารณาการใช้มาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล ขณะที่เขากำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองให้จัดการกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.
แนวคิดที่ว่าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่ที่สุดของโลก อาจใช้มาตรการห้ามส่งออกโดยสิ้นเชิงนั้น ได้ก่อให้เกิดเสียงคัดค้านอย่างหนักจากอุตสาหกรรมพลังงานของสหรัฐฯ ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้วิกฤตเชื้อเพลิงทั่วโลกเลวร้ายลง
นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของมอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่า การจำกัดการส่งออกจากสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาดีเซลในสหรัฐฯ ลดลงในระยะแรก แต่หลังจากนั้นอาจเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ส่งผลเสียในระยะต่อไป







