thansettakij
thansettakij
น้ำมันพุ่ง–เงินเฟ้อกดทองคำ จับตาดอกเบี้ยเฟด แนะยืนแนวรับ 4,280 ดอลลาร์

น้ำมันพุ่ง–เงินเฟ้อกดทองคำ จับตาดอกเบี้ยเฟด แนะยืนแนวรับ 4,280 ดอลลาร์

16 ก.ย. 69 | 09:13 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ย. 69 | 09:28 น.

โบรกชี้ผลประชุมเฟดและ Dot Plot กำหนดทิศทางทองคำ จับตาแนวรับ 4,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้ลุ้นทดสอบ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุด แนะรอสร้างฐานใหม่ก่อนเข้าซื้อ

KEY

POINTS

  • ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและแรงกดดันจากเงินเฟ้อเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ เนื่องจากอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป
  • นักลงทุนจับตาการประชุมเฟดในวันที่ 15-16 ก.ย. เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำในรอบใหม่
  • นักวิเคราะห์แนะนำให้จับตาแนวรับสำคัญที่ 4,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ มีโอกาสฟื้นตัว แต่หากหลุดแนวรับควรชะลอการเข้าซื้อ

GCAP GOLD มองประชุมเฟด 15–16 ก.ย. เป็นจุดชี้ทิศทางทองคำรอบใหม่ จับตา Dot Plot และถ้อยแถลงประธานเฟดส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง แนะจับตาแนวรับสำคัญ 4,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนและสร้างฐานได้ มีโอกาสฟื้นตัวทดสอบ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อ รอสร้างฐานใหม่บริเวณ 4,225-4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองผันผวนรอสัญญาณเฟด

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในสัปดาห์นี้ (16-18 ก.ย. 2569) ยังมีแนวโน้มผันผวน โดยมีผลการ ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระหว่างวันที่ 15–16 กันยายน เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางทองคำรอบใหม่

แม้ตลาดจะรับรู้โอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปมากแล้ว แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ Dot Plot และถ้อยแถลงของประธานเฟด ซึ่งจะสะท้อนว่าเฟดมีแนวโน้ม ดำเนินนโยบายการเงินอย่างไรในระยะต่อไป

หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นเพิ่มเติม ราคาทองคำ มีโอกาสฟื้นตัว เนื่องจากตลาดได้สะท้อนความเสี่ยง ดังกล่าวไว้ในราคาแล้ว อย่างไรก็ตาม หาก Dot Plot บ่งชี้ว่าเฟดยังเปิดทางสำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง

โดยเฉพาะในการประชุมเดือนธันวาคม อาจหนุน ให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะกลับมากดดันราคาทองคำในระยะสั้น

ราคาพลังงาน-เงินเฟ้อ กดดันราคาทองคำระยะสั้น

สำหรับปัจจัยเศรษฐกิจ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อน ขณะที่ Core CPI เพิ่มขึ้น 0.3% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่เฟดต้องระมัดระวัง และเพิ่มความกังวลว่าเฟดอาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบาย การเงินที่เข้มงวดต่อไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจ จำกัดการฟื้นตัว ของราคาทองคำในระยะสั้น

ขณะเดียวกันความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อ ราคาพลังงานและแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังเกิดเหตุโดรนโจมตีท่อส่งน้ำมัน East–West ในซาอุดีอาระเบียจนต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว รวมถึงมีรายงานเรือถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่ออุปทานน้ำมันและทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ซึ่งอาจเพิ่ม แรงกดดัน ด้านเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดกังวลว่า เฟดอาจจำเป็นต้องดำเนิน นโยบายการเงินที่เข้มงวดนานกว่าที่คาด ส่งผลให้ Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์ มีโอกาสทรงตัวในระดับสูง และเป็นอีกหนึ่ง ปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น

จับตาแนวรับสำคัญ 4,280 ดอลลาร์/ออนซ์

ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกรอบราคาทองคำ ในสัปดาห์นี้ไว้ที่ 4,200-4,435 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยแนะนำให้นักลงทุนจับตาแนวรับสำคัญบริเวณ 4,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 67,000 บาท หากราคาสามารถยืนและ สร้างฐานเหนือ ระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบเป้าหมายบริเวณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 68,500 บาท

โดยกลยุทธ์ยังเน้น รอซื้อเมื่อราคาสร้างฐาน และหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม หากในช่วงประกาศผลการประชุมเฟด ราคาหลุดแนวรับ 4,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงไปอย่างชัดเจน ยังไม่ควรรีบเข้าซื้อ โดยแนะนำให้รอประเมิน การสร้างฐานใหม่บริเวณ 4,225-4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 65,900 บาท เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน