
ธอส. 73 ปี สร้างบ้านให้คนไทยแล้วกว่า 4.8 ล้านครอบครัว เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำ
ธอส. เดินหน้า Beyond Housing Bank สร้างบ้าน สร้างอาชีพ สู่ชุมชนยั่งยืน ช่วยกลุ่มเปราะบางกว่า 57,000 ราย ตั้งเป้าปี 2569 ยกระดับคุณภาพชีวิตเพิ่ม 2,400 ราย ผ่าน 3 โครงการหลักด้านบ้าน อาชีพ และการศึกษา
KEY
POINTS
- ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี ด้วยผลงานสนับสนุนให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเองแล้วกว่า 4.8 ล้านครอบครัว
- เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำผ่านโครงการช่วยเหลือสังคม 3 ด้าน คือ ที่อยู่อาศัย อาชีพ และการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง
- ตั้งเป้าปี 2569 สร้างและซ่อมแซมบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส 294 หลัง จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ทักษะช่าง 4 แห่ง และสนับสนุนโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร 5 แห่ง
ธอส. เดินหน้าบทบาท “Beyond Housing Bank” ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยควบคู่ภารกิจสินเชื่อบ้าน ผ่าน 3 โครงการสังคม ครอบคลุมที่อยู่อาศัย อาชีพ และการศึกษา ช่วยกลุ่มเปราะบางแล้วกว่า 57,000 ราย ตั้งเป้าปี 2569 ยกระดับคุณภาพชีวิตเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 2,400 ราย พร้อมสร้างและซ่อมบ้าน 294 หลัง เปิดศูนย์เรียนรู้ 4 แห่ง และสนับสนุนโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารอีก 5 แห่ง
ธอส. 73 ปี เดินหน้า Beyond Housing Bank สร้างบ้าน-สร้างอาชีพ
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 73 ปี ธอส. มีบทบาทสนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองแล้วกว่า 4.8 ล้านครอบครัว ผ่านการจัดทำสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำ ขณะเดียวกันธนาคารยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส ผ่านโครงการด้านสังคมในหลากหลายมิติ
ที่ผ่านมา ธอส. ดำเนินโครงการด้านที่อยู่อาศัย การพัฒนาอาชีพ และการศึกษา ช่วยเหลือประชาชนแล้วมากกว่า 57,000 ราย ภายใต้แนวคิด “สร้างบ้าน สร้างอาชีพ สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน” โดยในปี 2569 ธนาคารตั้งเป้ายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 2,400 ราย เพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น
สร้าง-ซ่อมบ้านกลุ่มเปราะบาง เพิ่มอีก 294 หลังในปี 2569
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ โครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ มุ่งให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวมีบ้านที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย โดยปี 2569 ตั้งเป้าสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพิ่มอีก 294 หลัง
นอกจากนี้ ธอส. ยังร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 1 ดำเนินโครงการพัฒนาทักษะการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยด้วยตนเอง เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลบ้าน ลดค่าใช้จ่าย และต่อยอดเป็นทักษะสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว โดยโครงการดังกล่าวดำเนินมาตั้งแต่ปี 2553 และสามารถสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศแล้วกว่า 5,420 หลัง
จาก Charity สู่ Empowerment สร้างทักษะอาชีพ-วินัยการเงินให้ชุมชนพึ่งพาตนเอง
อีกโครงการคือ “บ้านดีมีสุข สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน” ซึ่ง ธอส. มุ่งเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ให้ หรือ Charity ไปสู่การสร้างความเข้มแข็ง หรือ Empowerment ให้กับคนในชุมชน โดยบูรณาการความร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 1 ทั้งด้านความรู้ทางการเงิน การสร้างวินัยการออม และการพัฒนาทักษะวิชาชีพช่างพื้นฐาน
ปี 2569 ตั้งเป้าสร้าง-ซ่อมบ้าน 294 หลัง เปิดศูนย์เรียนรู้ช่างพื้นฐาน 4 แห่ง
ในปี 2569 ธอส. มีแผนจัดตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ 4 แห่ง ในจังหวัดกาญจนบุรี สระแก้ว อ่างทอง และเพชรบุรี เพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพช่าง 6 หลักสูตร ได้แก่ ช่างประปา ช่างเชื่อม ช่างสี ช่างปูน ช่างปูกระเบื้อง และช่างไฟฟ้า โดยตั้งเป้าให้ผู้ผ่านหลักสูตรไม่น้อยกว่า 80% มีทั้งทักษะช่างพื้นฐานและความรู้ทางการเงิน สามารถนำไปต่อยอดอาชีพและสร้างรายได้ในอนาคต
ด้านการศึกษา ธอส. เดินหน้า โครงการสร้างโอกาสด้านที่อยู่อาศัยและการศึกษาให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ตั้งแต่ปี 2550 โดยสนับสนุนการก่อสร้างและซ่อมแซมอาคารเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้
สร้างอาคารเรียน 5 แห่ง ซ่อมบ้านนักเรียนกว่า 20 หลัง
สำหรับปี 2569 ตั้งเป้าสร้างโอกาสทางการศึกษาเพิ่มเติมอีก 5 แห่ง พร้อมซ่อมแซมบ้านพักอาศัยให้เด็กนักเรียนอีกกว่า 20 หลัง ขณะที่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ธอส. สามารถสร้างและซ่อมแซมอาคารเรียนให้กับนักเรียนแล้วกว่า 47 แห่ง และซ่อมแซมบ้านให้นักเรียนในพื้นที่ทุรกันดารรวม 235 หลัง
ดร.มหัทธนะ กล่าวว่า โครงการด้านสังคมทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสังคมที่ ธอส. ดำเนินการควบคู่กับภารกิจหลักมาอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนแนวทางการก้าวสู่ Beyond Housing Bank โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม มีโอกาสทางการศึกษา และสามารถพึ่งพาตนเองได้
เป้าหมายสำคัญคือการสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองและครอบครัว ต่อยอดการพัฒนาชุมชน และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน







