thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ (23 ก.ย.69) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย จากแรงหนุนราคาน้ำมันลด

ค่าเงินบาทวันนี้ (23 ก.ย.69) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย จากแรงหนุนราคาน้ำมันลด

23 ก.ย. 69 | 04:36 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.ย. 69 | 04:36 น.

เงินบาทเปิด 33.11 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย รับน้ำมันร่วง ความหวังหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน KResearch มองกรอบ 33.05-33.20 บาท ขณะที่ Krungthai ประเมิน 33.00-33.25 บาท จับตา PMI ทิศทางเฟด

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • การลดลงของราคาน้ำมันเป็นผลจากความหวังในการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และความกังวลด้านอุปทานที่ผ่อนคลายลง
  • อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทยังมีกรอบจำกัด เนื่องจากเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงิน
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยและกรุงไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ประมาณ 33.00-33.25 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ 33.11 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อยตามแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงและความหวังเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะที่ KResearch มองกรอบ 33.05-33.20 บาท และ Krungthai Global Markets ประเมิน 33.00-33.25 บาท จับตา PMI เศรษฐกิจหลัก-ท่าทีเฟด และสถานการณ์ตะวันออกกลาง

น้ำมันร่วงต่ำ 100 ดอลลาร์ หนุนเงินบาท แต่แรงแข็งค่ายังจำกัด

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ช่วงเช้าเวลา 08.45 น. เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 33.13-33.15 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.18 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทและสกุลเงินในภูมิภาคบางส่วนได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ท่ามกลางความหวังต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

นอกจากนี้ ความกังวลด้านอุปทานน้ำมันเริ่มผ่อนคลายลงบางส่วน หลังมีรายงานว่าปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น ขณะที่ซาอุดีอาระเบียอาจกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ได้ภายในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent เช้านี้ปรับตัวลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เคลื่อนไหวบริเวณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

KResearch ชี้ดอลลาร์ยังมีแรงประคอง หลังเฟดส่งสัญญาณคุมเข้ม

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า กรอบการแข็งค่าของเงินบาทยังมีจำกัด และเงินบาทอาจเคลื่อนไหวผันผวนระหว่างวันตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลงค่อนข้างมาก ประกอบกับเงินดอลลาร์ยังมีแรงประคองจากท่าทีของเฟด ซึ่งสะท้อนสัญญาณเชิงคุมเข้มเพื่อสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐฯ

สำหรับกรอบเงินบาทวันนี้ KResearch ประเมินไว้ที่ 33.05-33.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ กระแสเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ PMI เบื้องต้นเดือนกันยายนของยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ
 

ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways 33.07-33.20 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบ โดย Brent ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

เงินบาทยังได้แรงหนุนจากการทยอยรีบาวด์ของราคาทองคำ และจังหวะการย่อตัวของเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ดอลลาร์ยังมีแรงประคองจากบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน และการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor รวมถึงมุมมองของตลาดที่ยังประเมินว่าเฟดมีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้อีกราว 3 ครั้งในปีหน้า

Krungthai มองเงินบาท Two-way risk จับตาแนวรับ 33 บาท

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า เงินบาทมีความเสี่ยงแบบ Two-way risk ในระยะสั้น ขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยแนวรับสำคัญอยู่ที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์

ในระหว่างวัน ก่อนตลาดทยอยรับรู้ข้อมูล PMI จากประเทศเศรษฐกิจหลัก เงินบาทมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ Sideways และอาจแข็งค่าขึ้นได้บ้าง หากบรรยากาศตลาดการเงินเอเชียยังอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทอาจยังจำกัด เนื่องจากบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ยังมีแรงซื้อดอลลาร์จากผู้เล่นในตลาดอยู่พอสมควร

PMI สหรัฐฯ-ยุโรป-อังกฤษ จ่อเขย่ามุมมองดอกเบี้ยเฟด-ECB-BOE

สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตาในวันนี้ คือรายงาน PMI ของยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ ซึ่งจะทยอยประกาศตั้งแต่ประมาณ 15.00 น. 15.30 น. และ 20.45 น. ตามลำดับ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดและธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย

ด้านตลาดต่างประเทศ บรรยากาศการลงทุนยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแรงซื้อในหุ้นอย่าง Micron และ Intel ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ Agentic AI ต่อธุรกิจบางกลุ่มกดดันหุ้นการเงินและกลุ่มการเดินทาง

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นเล็กน้อยสู่บริเวณ 4.95% ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาด แต่การปรับตัวลงของราคาน้ำมันจากความหวังต่อการเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านช่วยจำกัดแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์

Krungthai มองเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ก่อนลดในปี 2570 หนุนเงินบาทแข็งค่า 

Krungthai GLOBAL MARKETS มองในระยะกลางถึงยาวว่า เฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม ก่อนคงดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2570 และจึงทยอยลดดอกเบี้ยลง ซึ่งอาจเปิดทางให้เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้น

ขณะที่ในเชิงเทคนิค เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าระยะสัปดาห์ จนกว่าจะอ่อนค่าทะลุ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ แต่ในกรอบรายวันยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าจนกว่าจะสามารถแข็งค่าทะลุแนวรับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงที่ 33.00-33.25 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดยังต้องจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง การเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน รวมถึงการเคลื่อนไหวของเงินเยน ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศตลาดการเงินและทิศทางค่าเงินบาทในระยะสั้น